โรค "มือ เท้า ปาก" ระบาด เด็กอายุน้อยโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตยิ่งมาก

โรค "มือ เท้า ปาก" ระบาด เด็กอายุน้อยโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตยิ่งมาก

นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า โรคมือ เท้า ปาก เกิดการระบาดในประเทศไทยมานาน ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสคอกซากี เอ 6 เอ 16 ซึ่งไม่ค่อยรุนแรงนัก เด็กจะมีอาการไข้สูง เป็นตุ่มน้ำใส ที่ฝ่ามือ ฝ่าท้า อย่างไรก็ตาม ยังมีเชื้อเอ็นเทอร์โรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 ซึ่งเป็นเชื้อรุนแรงที่ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อสมอง โดยเฉพาะตรงแกนสมอง กล้ามเนื้อหัวใจ และเสียชีวิตได้ ซึ่งอัตราการเสียชีวิตจากเชื้ออีวี 71 พบว่า ถ้าเป็นในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี โอกาสเสียชีวิต 1 ใน 100 คน ถ้าต่ำกว่า 3 ปี โอกาสเสียชีวิตเป็น 1ต่อ 300 คน แต่ถ้าอายุมากกว่านี้โอกาสเสียชีวิตก็น้อยลง อาจจะเป็น 1 ต่อ 3,000 คน และโอกาสเป็นมือ เท้า ปากก็น้อยลง
     ทั้งนี้ ในการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในปีที่ผ่านมาจะพบว่าเกิดจากเชื้ออีวี 71 เพียงร้อยละ 10 แต่ล่าสุดตั้งแต่ต้นปี2560 จนถึงตอนนี้ตรวจพบว่าในจำนวนเด็กที่ป่วยมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้ออีวี 71 ถึงร้อยละ 50 หรือเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 เท่า พบมากที่ภาคเหนือตอนล่าง อีสาน กรุงเทพฯ. ซึ่งจากที่มาตรวจที่แล็บจุฬาฯ 500คน พบเป็นอีวี 7 1แทบทั้งนั้น และเสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะเป็นเชื้ออันตรายที่เข้าสมอง กล้ามเนื้อหัวใจและเสียชีวิตได้ และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้รับการปรึกษามาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ว่ามีเด็ก 1 คน เป็นมือ เท้า ปาก วันรุ่งขึ้นหอบ และเสียชีวิต เร็วมาก ลักษณะนี้เป็นการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ
     นพ.ยง กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะเด็กก็จะเปิดเทอมแล้ว แม้ระยะนี้อัตราป่วยเริ่มลดลง แต่ตราบใดที่ยังไม่หมดหน้าฝน แล้วเข้าสู่หน้าร้อนจริง ๆ ก็ยังน่าเป็นห่วง เพราะเชื้อก่อโรคนี้ไม่ว่าสายพันธุ์ใดนั้นเจริญเติบโตได้ดีช่วงหน้าฝน มีความคงทนสูงในสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยแอลกอฮอล์ หรือกรด สารเคมีที่จะฆ่าเชื้อนี้ได้ คือ คลอรีน โซเดียมไฮโปคลอไรด์ ไฮเตอร์ น้ำยาล้างห้องน้ำ และกลุ่มฟอร์มาลีน เป็นต้น โรคนี้ติดต่อง่ายมาก โดยเอาเชื้อที่มาทางสารคัดหลั่ง น้ำลาย อุจจาระ และเข้าสู่ร่างกายโดยการใช้มือสัมผัสของที่มีเชื้อเข้าปาก เมื่อเด็กได้รับเชื้อระยะฟักตัว 3-5 วัน อาการเริ่มต้นมีไข้ วันเดียวเท่านั้นก็จะเริ่มมีตุ่ม มีแผลในปาก บริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ รอบทอนซิล กระพุ้งแก้ม ส่วนที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า เป็นตุ่มน้ำใส ๆ เล็ก ๆ ในรายที่เป็นมากอาจจะขึ้นที่หัวเข่า ข้อศอก รอบก้น บางรายเล็บหยุดการเจริญเติบโต
     "สิ่งที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง 1. เป็นไข้สูงไม่ลด 2. ตาลอย ซึม ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของสมอง 3. หัวใจเต้นเร็ว เต้นแรง 4. กระตุกที่ปลายมือ ปลายเท้า หรือหอบ น้ำลายฟูมปาก การรักษาตามอาการอย่าให้ขาดน้ำ ให้กินของที่เย็นขึ้นมาหน่อยเพื่อไม่ให้เจ็บปากน้อยลง ใช้เวลา 3-5 วัน อย่างช้าไม่เกิน 7 วัน ก็หาย แต่ในรายที่เป็นมากจะต้องรักษาด้วยยา ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุด คือ การล้างมือบ่อย ๆ เพราะเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยการที่มือสัมผัสเชื้อแล้วเข้าปาก การล้างต้องล้างให้ถูกวิธี ล้างนานจบ 1 เพลง กินอาหารที่สุก ไม่ใช้ช้อนเดียวกันป้อนอาหารเด็กอนุบาล เมื่อเกิดป่วย 3 รายขึ้นไปควรเปิดห้องเรียน เพื่อทำความสะอาด" นพ.ยง กล่าว