ดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายต้องไม่มากหรือน้อยไป 

โฆษกกรมการแพทย์แนะดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติหลังตื่นนอน 2 แก้วต่อวัน ช่วยระบบขับถ่ายและการไหลเวียนของเลือด เน้นเลี่ยงดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำส่งผลเสียต่อไต
     นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า น้ำนับเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เพราะในร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 2 ใน 3 โดยอยู่ภายในเลือดและตามช่องว่างระหว่างเซลล์ รวมถึงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ในลูกตา น้ำย่อยอาหาร น้ำไขสันหลัง เป็นต้น ปกติร่างกายจะสูญเสียน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตร ทางเหงื่อ ลมหายใจ และการขับถ่าย ขณะที่ร่างกายจะได้น้ำจากการรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ต่าง ๆ และการดื่มน้ำ ดังนั้น เราควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้ประมาณ 1,200 ซีซี หรือ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเหมาะสม หากดื่มน้ำน้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการจะส่งผลทำให้การไหลเวียนของเลือดทำงานได้ไม่ดี และอาจเกิดลิ่มเลือด เลือดข้น ร่างกายขับของเสียได้ลำบาก แต่หากดื่มน้ำมากเกินไป คือ เกินวันละ 6-7 ลิตร จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่มากเกินไปในเวลารวดเร็ว จัดเป็นภาวะน้ำเกิน หรือน้ำเป็นพิษ ก่อให้เกิดอาการบวมน้ำและร่างกายสูญเสียเกลือโซเดียม ทั้งนี้ กลุ่มบุคคลที่ต้องระมัดระวังในการดื่มน้ำให้เหมาะสม ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไต โรคหัวใจ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
     ดังนั้น การดื่มน้ำให้ถูกวิธีและได้ประโยชน์ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำที่มีอุณหภูมิปกติหลังจากตื่นนอนตอนเช้าประมาณ 2 แก้ว เนื่องจากร่างกายขาดน้ำตลอดทั้งคืน จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดี หลังจากนั้นควรดื่มน้ำก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง โดยค่อย ๆ จิบทีละนิดใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ ในคราวเดียว และควรทำให้ชินจนกลายเป็นนิสัย สำหรับคนทำงานในสำนักงานหรือออฟฟิศ อาจวางแก้วน้ำไว้ใกล้มือสามารถหยิบจับมาดื่มได้สะดวก แต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็นเพราะจะทำให้ระบบภายในร่างกายต้องทำงานหนัก เนื่องจากต้องปรับอุณหภูมิน้ำเย็นให้เท่ากับอุณหภูมิของร่างกาย จึงส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนแอกว่าคนที่ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติเป็นประจำ
     สำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ จะส่งผลเสียต่อไต ขณะที่การดื่มน้ำผลไม้ควรเลือกน้ำผลไม้คั้นสดไม่เติมน้ำตาล เพราะการดื่มน้ำหวานมาก ๆ อาจเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและโรคอ้วนได้