ตรวจกลูโคสต่อเนื่องอาจลดน้ำตาลสะสมในผู้ป่วยเบาหวาน
ชนิดที่ 2 ที่ใช้อินซูลิน

การตรวจสอบติดตามระดับน้ำตาลต่อเนื่องช่วยลดน้ำตาลสะสมในเลือด แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะช่วยให้ผลการรักษาที่สำคัญในทางคลินิกดีขึ้นหรือไม่
     ระบบตรวจวัดระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง (Continuous Glucose Monitoring: CGM ใช้วัดระดับน้ำตาลโดยมีเซ็นเซอร์ติดไว้ที่ชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งจะส่งค่าที่วัดได้ไปยังเครื่องรับเตือนให้ทราบถึงระดับกลูโคสอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง) ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 ดีขึ้น ไม่ว่าจะฉีดอินซูลินหรือใช้อินซูลินปั๊ม อย่างไรก็ตาม CGM จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่ใช้อินซูลินหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน
     ด้วยทุนสนับสนุนจากผู้ผลิตอุปกรณ์ CGM คณะผู้วิจัยได้สรรหาผู้ป่วย 158 คน (อายุเฉลี่ย 60 ปี) ที่เป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 (ระดับ glycosylated hemoglobin [HbA1c] เท่ากับร้อยละ 7.5–9.9 ระยะเวลาเป็นโรคเบาหวานเฉลี่ย 17 ปี) ซึ่งใช้การฉีดอินซูลินทุกวัน
     มีการสรรหาผู้ป่วยจากคลินิกเวชปฏิบัติต่อมไร้ท่อวิทยาของ North American และสุ่มให้รับการตรวจ CGM หรือการตรวจกูลโคสในเลือดด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้วตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไป ทุกวัน เป็นเวลา 24 สัปดาห์ แพทย์ผู้รักษาปรับขนาดอินซูลินตามการตัดสินใจของแพทย์ ผู้ป่วยกลุ่มควบคุมสวมอุปกรณ์ CGM โดยปิดบังไม่ให้ทราบในสัปดาห์สุดท้ายของการทดลองเพื่อรวบรวมข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการควบคุมระดับน้ำตาล
     พบว่า ระดับ HbA1c ลดลงจากร้อยละ 8.5 ณ ตอนเริ่มต้นการศึกษาในทั้ง 2 กลุ่ม ลงมาที่ร้อยละ 7.7 ในกลุ่ม CGM และร้อยละ 8.0 ในกลุ่มควบคุม ณ 24 สัปดาห์ ซึ่งเป็นความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ ผู้ป่วยกลุ่ม CGM ใช้เวลามากกว่ากลุ่มควบคุมในแต่ละวันด้วยระดับกลูโคสระหว่าง 70 mg/dL และ 180 mg/dL
     ผู้ป่วยกลุ่ม CGM ใช้อุปกรณ์ของตนเกือบทุกวันเดือนสุดท้ายของการทดลองและแสดงให้เห็นว่ามีความพึงพอใจในระดับสูงกับเทคโนโลยีนี้ ไม่มีผลลบที่รุนแรงเกิดขึ้นจากการศึกษาในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
     การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 บางคน อุปกรณ์ CGM อาจช่วยลดระดับ HbA1c ได้ เมื่อเทียบกับการตรวจด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้วแบบมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการศึกษานี้ไม่ได้ระบุเป้าหมายการรักษาระดับน้ำตาลโดยเจาะจงลงไป จึงไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อมูลจาก CGM ช่วยทำให้ค่า HbA1c ลดลง ยิ่งกว่านั้น การทดลองครั้งนี้มีระยะเวลาที่สั้นและกำหนดการปฏิบัติรักษาที่เฉพาะเป็นพิเศษ และนักวิจัยไม่ได้ประเมินผลลัพธ์ทางคลินิกหรือประสิทธิผลกับค่าใช้จ่าย