ยัน Proton-Pump Inhibitors
ไม่เกี่ยวโยงกับความเสี่ยงต่อโรคความจำเสื่อม

ข้อมูลทะเบียนทั่วประเทศฟินแลนด์ไม่ได้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างยา Proton-Pump Inhibitor กับโรคอัลไซเมอร์
     ความเห็นที่ว่า โรคความจำเสื่อมมีความสัมพันธ์กับการใช้ยา Proton-Pump Inhibitor (PPI) ก่อให้เกิดความกังวลใจอย่างมากในผู้ป่วยหลายคน และการวิเคราะห์แบบย้อนหลังจากรายงาน 2 ชิ้น ได้แสดงว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีอยู่จำกัดตามนิยามของโรคความจำเสื่อมที่กล่าวถึง
     ในการศึกษากรณีที่มีการควบคุมกับทะเบียนการรักษาพยาบาลทั่วประเทศฟินแลนด์ คณะผู้วิจัยได้ประเมินการได้รับยา PPI ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 71,000 คน และกลุ่มควบคุมที่จับคู่กัน 283,000 คน
     จากข้อแนะนำทางคลินิกของฟินแลนด์ มีการส่งผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีความผิดปกติด้านสติปัญญาไปให้ผู้เชี่ยวชาญ และถ้ายืนยันการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ (โดยใช้ต้นแบบการวินิจฉัยที่เคร่งครัดและหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศ) ผู้ป่วยจะได้รับยา anti dementia
     เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์แฝงตัวอยู่นาน และเพื่อควบคุมความเสียหายที่จะเกิดขึ้น นักวิจัยได้ประเมินการได้รับยา PPI จนถึงเวลาที่มีการวินิจฉัยโรค และยังจำกัดยา 3 ถึง 5 ปี ก่อนการวินิจฉัยโรค และพบว่าไม่มีความเสี่ยงมากอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิกต่อโรคอัลไซเมอร์สในผู้ป่วยที่ใช้ยา PPI ทั้งขนาดยาและระยะเวลาที่ใช้ยาไม่มีผลกับความเสี่ยงต่อโรคนี้
     ผลการค้นพบนี้มีความสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์จาก Nurses' Health Study เมื่อเร็ว ๆ นี้จากการประเมินสมรรถภาพของการรู้คิด (cognitive function) (NEJM JW Gastroenterol 2017 Aug 1; [e-pub] และ Gastroenterology 2017 Jul 17; [e-pub])
     การศึกษาครั้งนี้ประเมินเฉพาะกับกรณีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกแล้ว โดยใช้คำนิยามที่ยอมรับกันระหว่างประเทศ นอกจากนั้น การศึกษานี้ยังใช้ยาที่ซื้อมาไม่ใช่ยาที่ควบคุมตามใบสั่งยา มีการเกาะติดการใช้ยาจริง ๆ อย่างแม่นยำมากขึ้น
     บางทีด้วยการศึกษาเหล่านี้และผลการค้นพบของ Nurses' Health Study เมื่อเร็ว ๆ นี้ เราอาจ “ลืม” ความสัมพันธ์ที่ยกขึ้นมาอ้างได้เลย และที่สำคัญที่สุดเราสามารถยืนยันรับรองกับผู้ป่วยได้ อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งทิ้งโอกาสในการประเมินการใช้ยา PPI ในระยะยาว ยังมีผู้ป่วยหลายคนใช้ยากลุ่มนี้ต่อไปโดยไม่จำเป็น