ยาฉีด Nirsevimab ป้องกัน RSV hospitalization ได้ถึง 90%

ข้อมูลใหม่ล่าสุดจากการศึกษาวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า ยาฉีด nirsevimab มีประสิทธิภาพสูงถึง 90% ในการป้องกันความจำเป็น ที่จะต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัส RSV สำหรับ เด็กอายุน้อยกว่า 8 เดือน ในช่วงฤดูกาลระบาดแรกของไวรัส RSVในชีวิตของพวก


ผลการศึกษาวิจัยที่ดำเนินการโดยคณะนักวิจัยของ New Vaccine Surveillance Network (NVSN) ในสหรัฐอเมริกา ที่มี แพทย์หญิง Heidi L. Moline (Coronavirus and Other Respiratory Viruses Division, National Center for Immunization and Respiratory Diseases, Centers for Disease Control and Prevention, USA) ซึ่งได้รับการเผยแพร่ใน Morbidity and Mortality Weekly Report (MMWR) ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 พบว่า nirsevimab (Beyfortus) ซึ่งเป็น long-acting human recombinant monoclonal antibody มีประสิทธิภาพ 90% ในการป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัส RSV (respiratory syncytial virus) สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 8 เดือน ในช่วงฤดูกาลระบาดแรกของไวรัส RSV ในชีวิตของพวกเขา ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 ถึง กุมภาพันธ์ 2567


การศึกษาวิจัยดังกล่าวของ แพทย์หญิง Heidi L. Moline และคณะ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของ nirsevimab ที่บริหารยาด้วยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (intramuscular injection หรือ IM) ในการป้องกันความเจ็บป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัส RSV จนต้องเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาลสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 8 เดือน ที่คลอดก่อน หรือในช่วงฤดูกาลระบาดแรกในชีวิตของพวกเขา ด้วยการประเมินตัวอย่างของเด็กจำนวน 699 คน ที่มีข้อมูลอยู่ใน New Vaccine Surveillance Network ซึ่งประกอบด้วยเด็กจำนวน 407 คน (58%) ที่จัดเป็น case-patients คือ มีผลตรวจยืนยันการติดเชื้อไวรัส RSV เป็นบวก
(ตรวจด้วยวิธี polymerase chain reaction หรือ PCR test) และเด็กจำนวน 292 คน (42%) ที่จัดเป็น control patients คือ มีผลตรวจ PCR ยืนยันการติดเชื้อไวรัส RSV เป็นลบ โดยเด็กเหล่านี้ได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากมี acute respiratory illness (ARI) ระหว่าง วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นฤดูกาลระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส RSV ในสหรัฐอเมริกา


คณะผู้วิจัยรายงานว่า 46% ของเด็กที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเจ็บป่วยรุนแรงด้วยโรคทางเดินหายใจส่วนล่างจากการติดเชื้อไวรัส RSV ได้รับยาฉีด nirsevimab เทียบกับแค่ 6% ของเด็กที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเจ็บป่วยรุนแรงด้วยโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง จากการติดเชื้อไวรัส RSV โดยพบว่ายาฉีด nirsevimab มีประสิทธิภาพ 90% (95% confi dence interval 75–96%) ในการป้องกันความเจ็บป่วยรุนแรงจนถึงขั้นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล จากการติดเชื้อไวรัส RSV [มี median time นับตั้งแต่ได้รับยาฉีด nirsevimab ไปจนเมื่อเริ่มมีอาการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัส RSV อยู่ที่ 45 วัน, interquartile range (IQR) 19–76 วัน]


อนึ่ง ในเดือนกรกฎาคม 2566 สำนักงานอาหารและยาของ สหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA) ให้การรับรองยาฉีด nirsevimab สำหรับป้องกันโรคทางเดินหายใจ ส่วนล่าง (lower respiratory tract disease) ที่เกิดจากการติดเชื้อ ไวรัส RSV ในทารกแรกเกิด และเด็กเล็กที่คลอดในช่วงก่อนที่จะเข้าสู่หรืออยู่ในช่วงฤดูกาลระบาดแรกของไวรัส RSV ในชีวิตของพวกเขาและรวมถึงเด็กอายุ 24 เดือน ที่ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเจ็บป่วยรุนแรงจนถึงขั้นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการ ติดเชื้อไวรัส RSV ในช่วงฤดูกาลระบาดครั้งที่ 2 ในชีวิตของพวกเขา


ขณะที่ CDC มีคำแนะนำว่า เด็กอายุน้อยกว่า 8 เดือน ที่คลอด ในช่วงก่อนที่จะเข้าสู่หรือกำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลระบาดแรกของไวรัส RSV ในชีวิตของพวกเขา ควรได้ยาฉีด nirsevimab 1 เข็ม ขนาด 50 มิลลิกรัม เข้าทางกล้ามเนื้อ หากผู้เป็นแม่ไม่ได้รับวัคซีน RSV ระหว่าง ตั้งครรภ์ หรือไม่ทราบสถานการณ์ได้รับวัคซีน RSV ของผู้เป็นแม่ จากข้อมูลของ CDC พบว่า ปัจจุบันแต่ละปีมีเด็กอายุน้อยกว่า


จากข้อมูลของ CDC พบว่า ปัจจุบันแต่ละปีมีเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ในสหรัฐอเมริกาจำนวนประมาณ 50,000-80,000 คน ที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากเจ็บป่วยรุนแรงด้วย โรคทางเดินหายใจส่วนล่างจากการติดเชื้อไวรัส RSV ขณะเดียวกัน ก็มีคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ในสหรัฐอเมริกาจำนวนประมาณ 60,000-160,000 คน ที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลในแต่ละปี เนื่องจากเจ็บป่วยรุนแรงด้วยโรคทางเดินหายใจส่วนล่างจากการติดเชื้อไวรัส RSV
แหล่งที่มาของข้อมูล : www.healio.com, www.cdc.gov,
www.fda.gov

แหล่งที่มาของข้อมูล  : www.healio.com,  www.cdc.gov,


www.fda.gov