จับตา Enlicitide ยาลดไขมันในเลือดตัวใหม่ ยาชนิดรับประทานตัวแรกในกลุ่ม PCSK9 Inhibitors

www.nejm.org,www.healio.com, www.merck.com, www.utsouthwestern.edu, www.acc.org, www.tctmd.com, www.ajmc.com, www.pharmacytimes.com:


ผลลัพธ์ของการศึกษาทางคลินิก (phase 3 randomized, double-blind, placebo-controlled trial) ที่มีชื่อว่า CORALreef Lipids ที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของวารสารการแพทย์ New England Journal of Medicine เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 (N Engl J Med 2026;394:529-539 DOI: 10.1056/NEJMoa2511002) แสดงให้เห็นว่า enlicitide decanoate ซึ่งเป็นยาลดไขมันในเลือดชนิดรับประทานตัวแรกในกลุ่มยับยั้งเอนไซม์ proprotein convertase subtilisin–kexin type 9 หรือ PCSK9 inhibitors สามารถลด low-density lipoprotein cholesterol หรือ LDL-C ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดีลงได้ถึง 57.1% (95% confidence interval [CI], -61.8 to -52.5) เมื่อเทียบกับ LDL-C ที่เพิ่มขึ้น 3.0% (95% CI, 0.9 to 5.1) ของกลุ่มที่ได้รับ placebo ที่ 24 สัปดาห์ ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติอยู่ถึง 55.8% (95% CI, -60.9 to -50.7; P<0.001) ในผู้เข้าร่วมการศึกษาที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ที่มีประวัติของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง(atherosclerotic cardiovascular disease หรือ ASCVD) และมีระดับ LDL-C ในเลือดเท่ากับหรือมากกว่า 55 mg/dL เมื่อเริ่มการศึกษา หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิด ASCVD ขึ้นเป็นครั้งแรกและมีระดับ LDL-C ในเลือดเท่ากับหรือมากกว่า 70 mg/dL เมื่อเริ่มการศึกษา


ขณะเดียวกันพบว่า enlicitide สามารถลดไขมันอื่นๆ ที่มีส่วนก่อให้เกิด ASCVD ไม่ว่าจะเป็น non-HDL-C (high-density lipoprotein cholesterol), apolipoprotein B (apoB) หรือ lipoprotein(a) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ (-53.4%, -50.3 และ -28.2 ตามลำดับ) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ placebo อีกด้วย


 พร้อมกันนี้ที่ 24 สัปดาห์ของการศึกษา ยังพบว่า 70.3% ของกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีภาวะไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง (hypercholesterolemia) และได้รับ enlicitide สามารถลดระดับ LDL-C ลงได้ต่ำกว่า 70 mg/dL และมีระดับ LDL-C ลดลงได้ตั้งแต่ 50% ขึ้นไปจากระดับ LDL-C เมื่อเริ่มต้นการศึกษา และ 67.5% สามารถลดระดับ LDL-C ลงได้ต่ำกว่า 55 mg/dL และมีระดับ LDL-C ลดลงได้ตั้งแต่ 50% ขึ้นไปจากระดับ LDL-C เมื่อเริ่มต้นการศึกษา เทียบกับ 1.5% และ 1.2% ตามลำดับสำหรับกลุ่มที่ได้รับ placebo


 

ส่วนผลลัพธ์ที่ 52 สัปดาห์ของการศึกษา พบว่ากลุ่มที่ได้รับ enlicitide มีระดับ LDL-C ในเลือดลดลง 50.4% เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 3% ในกลุ่มที่ได้รับ placebo


ขณะที่ในเรื่องของความปลอดภัย พบว่ามีอัตราการเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ (adverse events หรือ AEs) ใกล้เคียงกันระหว่างกลุ่มที่ได้รับ enlicitide และกลุ่มที่ได้รับ placebo กล่าวคือ 64% เทียบกับ 62% ตามลำดับ เช่นเดียวกับเรื่องอัตราการหยุดยาเนื่องจากAEs พบว่ามีอัตราการหยุดยาใกล้เคียงกันระหว่าง 2 กลุ่ม กล่าวคือ 3% เทียบกับ 4% ตามลำดับ


ใน CORALreef Lipids ซึ่งผู้เข้าร่วมการศึกษาส่วนใหญ่จากจำนวนทั้งสิ้น 2,909 คน มีระดับ LDL-C เมื่อเริ่มต้นการศึกษาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 96.1 mg/dL และ 97% ของผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมดได้รับการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงด้วยยากลุ่ม statinsอยู่แล้ว 1 ตัวหรือมากกว่า 1 ตัว ผู้เข้าร่วมการศึกษาถูกสุ่ม (2:1) ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งจำนวน 1,940 คนได้รับ enlicitide 20 mg รับประทานวันละครั้งเป็นประจำทุกวัน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจำนวน 969 คนได้รับ placebo รับประทานวันละครั้งเป็นประจำทุกวันเช่นกันเป็นเวลา 52 สัปดาห์ เป้าประสงค์หลักของการศึกษานี้ ได้แก่ % การเปลี่ยนแปลงของระดับ LDL-C ที่ 24 สัปดาห์จากเมื่อเริ่มต้นการศึกษา, % ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีรายงานการเกิด AEs และ % ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่หยุดยาเนื่องจาก AEs


 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง Ann Marie Navar แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด (University of Texas Southwestern Medical Center, Dallas, Texas, USA) หัวหน้าคณะนักวิจัยของ CORALreef Lipids กล่าวว่าแม้ปัจจุบันจะมียาลดไขมันในเลือดหลายตัวที่มีประสิทธิภาพในการลด LDL-C ได้ดี ซึ่งรวมถึงยากลุ่ม PCSK9 inhibitors ชนิดฉีด แต่คนไข้ ASCVD น้อยกว่า 50% ที่สามารถลดระดับ LDL-C ในเลือดได้ตามเป้าหมาย ด้วยประสิทธิภาพของยาชนิดรับประทานตัวนี้ในการศึกษาทางคลินิก มีศักยภาพที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของแพทย์ในการป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองให้กับประชากรโดยทั่วไป