www.otsuka-us.com , www.drugs.com , www.medscape.com , www.medpagetoday.com:
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 Otsuka Pharmaceutical แจ้งว่า centanafadine (Simtriyo) ในรูป extended-release capsule รับประทานเพียงวันละครั้ง ได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA) สำหรับใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น (attention-deficit hyperactivity disorder หรือ ADHD) ในผู้ใหญ่ วัยรุ่นและเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปและมีน้ำหนักอย่างน้อย 20 กิโลกรัม
Centanafadine ถือเป็นยาตัวแรกและตัวเดียวเท่านั้นในกลุ่มยาใหม่ NDSRI (norepinephrine, dopamine, serotonin reuptake inhibitor) หรือ triple reuptake inhibitor ที่ได้รับการรับรองจาก FDA ด้วยข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคสมาธิสั้นทั้งในผู้ใหญ่ วัยรุ่นและเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปและมีน้ำหนักอย่างน้อย 20 กิโลกรัม ขณะเดียวกัน centanafadine ยังจัดเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system or CNS stimulant) ภายใต้การควบคุมของ Drug Enforcement Administration หรือ DEA ของสหรัฐอเมริกา อีกด้วย
Centanafadine มีกลไกการออกฤทธิ์ด้วยการยับยั้งกระบวนการ reuptake สารสื่อประสาท (neurotransmitters) ทั้ง norepinephrine, dopamine และ serotonin ใน attention, behavioral& mood regulation pathways ต่างๆ ในสมองไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้ synaptic availability ของสารสื่อประสาทเหล่านี้เพิ่มขึ้นใน regulation pathways ต่างๆ ส่งผลให้ ADHDsymptoms ของคนไข้ดีขึ้น
ข้อมูลสำคัญที่ FDA ใช้ประกอบการพิจารณาให้การรับรอง centanafadine ในข้อบ่งใช้ดังกล่าวก็คือผลลัพธ์จาก 4 การศึกษาทางคลินิกในระยะที่ 3 (randomized, double-blind, placebo-controlled Phase III clinical trials) ที่ล้วนแสดงให้เห็นว่า centanafadine มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการช่วยให้คนไข้โรคสมาธิสั้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีอาการต่างๆ ของโรคสมาธิสั้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ placebo
ผลลัพธ์ของ 2 การศึกษาทางคลินิกหลัก (NCT03605680 และ NCT03605836 ซึ่งเป็น Phase 3, randomized, double-blind, multicenter, placebo-controlled trials) ของ centanafadine ในคนไข้โรคสมาธิสั้น (moderate to severe ADHD; mean ADHD Investigator Symptom Rating Scale (AISRS) total score อยู่ที่ 38.7 แต้ม) ที่เป็นผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 18 ปีไปจนถึง 55 ปี) จำนวนรวมกันทั้งสิ้น 290 คน เปรียบเทียบระหว่าง centanafadine (200 mg/d หรือ 400 mg/d) และ placebo พบว่าที่ day 42 ของการศึกษา กลุ่มคนไข้สมาธิสั้นที่ได้รับ centanafadine ในทั้ง 2 การศึกษา มีtotal score ของ AISRS ที่ลดลงได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มคนไข้สมาธิสั้นที่ได้รับ placebo
โดยใน study 1 มี AISRS total score ลดลง 25.5%, 24.6% และ 17.7% สำหรับกลุ่มคนไข้สมาธิสั้นที่ได้รับ centanafadine 200 mg/d, centanafadine 400 mg/d และ placebo ตามลำดับ ขณะที่ใน study 2 มี AISRS total score ลดลง 32.2% สำหรับกลุ่มคนไข้สมาธิสั้นที่ได้รับ centanafadine 200 mg/d และ centanafadine 400 mg/d เทียบกับ AISRS total score ที่ลดลง 21.4% ของกลุ่มคนไข้สมาธิสั้นที่ได้รับ placebo
ขณะที่ในอีก 2 การศึกษาทางคลินิกที่สำคัญของ centanafadine ในเด็กและวัยรุ่น ได้แก่ NCT05428033 ซึ่งทำในเด็กสมาธิสั้นอายุ 6-12 ปี จำนวน 480 คน เปรียบเทียบระหว่าง centanafadine 41.1 mg, centanafadine 82.2 mg, centanafadine 164.4 mg และ placebo เป็นเวลา 6 สัปดาห์ และ NCT05257265 ซึ่งทำในวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี จำนวน 459 คน เปรียบเทียบระหว่าง centanafadine 164.4 mg, 328.8 mg และ placebo เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผลการศึกษาของ NCT05428033 จากการประเมินด้วย ADHD Rating Scale, version 5 (ADHD-RS-5) พบว่ากลุ่มเด็กสมาธิสั้นที่ได้รับ high-dose centanafadine มี ADHD-RS-5 symptoms total raw score ลดลงได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กสมาธิสั้นที่ได้รับ placebo กล่าวคือ -16.3 เทียบกับ -10.8 ตามลำดับ แต่ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มเด็กสมาธิสั้นที่ได้รับ low-dose centanafadine และกลุ่มเด็กสมาธิสั้นที่ได้รับ placebo
ส่วนผลการศึกษาของ NCT05257265 พบว่ากลุ่มวัยรุ่นสมาธิสั้นที่ได้รับ high-dose centanafadine มี ADHD-RS-5 symptoms total raw score ลดลงได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มวัยรุ่นสมาธิสั้นที่ได้รับ placebo กล่าวคือ -18.50 เทียบกับ -14.15 ตามลำดับ แต่ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มวัยรุ่นสมาธิสั้นที่ได้รับ low-dose centanafadine และกลุ่มวัยรุ่นสมาธิสั้นที่ได้รับ placebo
สำหรับข้อมูลด้านความปลอดภัยจาก 4 การศึกษาทางคลินิกหลักของ centanafadine พบว่าโดยรวมแล้ว centanafadine ค่อนข้างมีความปลอดภัย โดย adverse reactions ที่มีรายงานพบได้บ่อยในเด็กอายุ 6-12 ปี ได้แก่ ผื่นและเบื่ออาหาร ขณะที่ adverse reactions ที่มีรายงานพบได้บ่อยในวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ได้แก่ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ผื่นและปวดท้อง ส่วน adverse reactions ที่มีรายงานพบได้บ่อยในผู้ใหญ่ ได้แก่ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ คลื่นไส้ ปากแห้งและท้องร่วง
