มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ จัดงาน "มหิดล - เกษตรแฟร์ 2569" (MU X KU Fair 2026) พลิกโฉมงานแฟร์สู่ "ห้องเรียนไร้กำแพง" ภายใต้แนวคิด "ร่วมปลูก ร่วมเปลี่ยน" (Grow Together, Change Together) ผสานความแกร่ง "การแพทย์" และ "เกษตรกรรม" สร้างระบบนิเวศสุขภาพครบวงจร พร้อมโชว์ศักยภาพนวัตกรรมสีเขียวเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ยุค Carbon Neutrality
.
ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “งานนี้ถือเป็นปฐมบทครั้งสำคัญที่สะท้อนว่าสถาบันการศึกษาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่กำลังขับเคลื่อนภารกิจในฐานะ "ปัญญาของแผ่นดิน" เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลก ทั้งเรื่องความมั่นคงทางสุขภาพและ สิ่งแวดล้อม "ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งที่เป็นเลิศของสองสถาบัน คือ ”ศาสตร์แห่งการแพทย์“ ของมหิดลมาผสานพลังร่วมกับ “ศาสตร์แห่งเกษตรกรรม' ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสร้าง 'ระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ครบวงจร' (Health Ecosystem) เพื่อเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาประเทศ โดยเชื่อมโยงต้นน้ำคือแหล่งอาหารที่ปลอดภัย ส่งต่อไปยังปลายน้ำคือสุขภาพที่ดีของประชาชน นำพาสังคมไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality) อย่างแท้จริง"

ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเสริมถึงบทบาทในฐานะผู้ดูแล "ต้นน้ำ" ว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมนำเสนอ Green Innovation หรือนวัตกรรมสีเขียว เพื่อเปลี่ยนภาพจำสู่ "เกษตรแม่นยำและเป็นมิตรต่อโลก" (Climate-Smart Agriculture) "เจตนารมณ์ของเราคือการนำองค์ความรู้เกษตรสมัยใหม่ มาเชื่อมต่อกับสุขภาวะ เพราะเราเชื่อว่า 'อาหารเป็นยา' และ 'สิ่งแวดล้อมที่ดีคือวัคซีนที่ดีที่สุด' โดยในงานจะมีการจัดแสดงนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์พืชรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้งานนี้เป็นต้นแบบของ Green Fair ที่ใส่ใจโลกอย่างยั่งยืน"
.
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะทำงานจัดงาน ได้เปิดเผยถึงรูปแบบงานที่จัดขึ้นเป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน” (Learning Outside the Classroom) โดยมี 5 ไฮไลท์สำคัญ ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ดังนี้:
1. ด้านวิชาการ (Academic & Future): เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นหาตัวตนและสร้าง Portfolio ผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับมหาวิทยาลัย ได้แก่การสอบ MU-ELT (1,200 ที่นั่ง) และ การสอบ MUAP-Test (วัดความรู้คณิต-วิทย์ เทียบเท่า ป.ตรี ปี 1) ซึ่งสามารถนำผลคะแนนไปยื่นศึกษาต่อหรือเทียบโอนหน่วยกิตได้ทั้งที่มหิดลและเกษตรศาสตร์
2. ด้านสุขภาพ (Holistic Health): บริการตรวจสุขภาพจากหลายส่วนงาน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. ครอบคลุมทั้งการวัดองค์ประกอบร่างกายโภชนาการ เบาหวาน กายภาพบำบัด ความจำ และศาสตร์แพทย์แผนจีนอย่าง การฝังเข็ม
3. ด้านนันทนาการ (Happiness & Recreation):เอาใจคนรักสัตว์กับ Pet Zone กิจกรรม ประกวด“สุนัขนิสัยดี” แข่งเต่าวิ่งแฟร์เพื่อชิงรางวัลโล่และเกียรติบัตรจากมหาวิทยาลัย บริการฉีดวัคซีน-ฝังไมโครชิป พร้อมสนุกกับคอนเสิร์ตจากนักศึกษาและศิลปินชื่อดังตลอด 5 คืน (ตั้งแต่เวลา17.00 – 22.00 น.)
4. ด้านเศรษฐกิจ (Economy & Innovation): ระดมร้านค้ากว่า 400 ร้าน ทั้งสินค้าชุมชน อาหารนานาชาติ และไฮไลท์สำคัญคือ “โซนผู้ประกอบการนักศึกษา” ที่นำสินค้านวัตกรรมและงานวิจัยสู่ตลาดจริง ตามแนวทาง Real World Impact และนอกจากนั้นยังมีโซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งมาจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม จาก 30 กว่าส่วนงานของทั้งสองมหาวิทยาลัย
5. ด้านสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly):: มหาวิทยาลัยเตรียมพื้นที่จอดรถกว่า 2,300 คัน พร้อมบริการ รถพลังงานไฟฟ้า (EV & Tram) มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีความร่วมมือที่เข้มแข็งจากหน่วยงานภายนอก เช่น สถานีตำรวจพุทธมณฑล ในการอำนวยการด้านความปลอดภัยด้วย พร้อมยกระดับงานสู่เป้าหมาย Zero Wasteด้วย "ระบบบริหารจัดการขยะ" โดยมีกลุ่มนักศึกษาจิตอาสา "พี่เลี้ยงแยกขยะ" คอยให้คำแนะนำ เพื่อคัดแยกและหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ตามหลัก Circular Economy

ผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังการเปลี่ยนแปลง "ร่วมปลูก" องค์ความรู้ และ "ร่วมเปลี่ยน"อนาคต สามารถเข้าร่วมงาน "มหิดล - เกษตรแฟร์ 2569" ได้ระหว่างวันที่ 14-18 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

