บอร์ด สปสช. ปรับข้อบังคับ เปิดทาง “เครือข่ายหน่วยบริการ” รูปแบบใหม่ นำร่อง ‘รพ.นพรัตนราชธานีโมเดล’

www.medi.co.th

บอร์ด สปสช. เห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับฯ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ ขยายบทนิยาม “เครือข่ายหน่วยบริการ” รองรับการบริหารเครือข่ายหน่วยบริการในรูปแบบใหม่ นำร่องพื้นที่ Sandbox “โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี” ผนวก “คลินิกชุมชนอบอุ่น” ในพื้นที่ ร่วมให้บริการประชาชนสิทธิบัตรทอง เสริมสร้างความเข้มแข็งระบบสุขภาพใน กทม.


นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ซึ่งมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธานการประชุม ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการ พ.ศ. 2564 พร้อมมอบหมายให้ สปสช. เสนอคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายพิจารณายกร่างข้อบังคับฯ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับข้อเสนอการปรับข้อบังคับฯ ดังกล่าว จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามของคำว่า “เครือข่ายหน่วยบริการ” ตามข้อ 4 แห่งข้อบังคับฯ โดยกำหนดให้เครือข่ายหน่วยบริการ หมายความว่า หน่วยบริการที่รวมตัวกันและได้ขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายหน่วยบริการตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประกาศ รวมถึงการขึ้นทะเบียน “เครือข่ายหน่วยบริการ” ตามข้อ 10 แห่งข้อบังคับฯ โดยให้หน่วยบริการแต่ละหน่วยสามารถรวมตัวกันเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายหน่วยบริการต่อสำนักงาน หรือสำนักงานสาขา


นพ.จเด็จ กล่าวว่า การปรับแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับฯ ดังกล่าว จะเป็นการสนับสนุนข้อเสนอการพัฒนาระบบบริการและเครือข่ายหน่วยบริการ เพื่อรองรับประชากรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามนโยบายการสร้าง Productivity ของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวม 7 ด้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการใช้หน่วยบริการปฐมภูมิและทุติยภูมิภาครัฐในเขตเมือง กทม. เข้ามาเสริมความเข้มแข็งของระบบสุขภาพ โดยจากการหารือของที่ประชุมคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่ (อปสข.) เขต 13 กทม. ได้มีมติให้ สปสช. ดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และคลินิกชุมชนอบอุ่นในเครือข่าย ในรูปแบบ Sandbox เพื่อให้บริการผู้ป่วยนอก (OP) และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P)

นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม จากข้อเสนอการบริหารเครือข่ายในรูปแบบ “นพรัตนราชธานีโมเดล” พบว่ายังมีข้อจำกัด เนื่องจากข้อบังคับฯ เดิมกำหนดให้หน่วยบริการประจำแต่ละแห่งเป็นแกนกลางหรือแม่ข่ายในการรวมตัวได้เฉพาะกับหน่วยบริการที่รับการส่งต่อ และหน่วยบริการปฐมภูมิเท่านั้น ไม่สามารถรวมตัวกับหน่วยบริการประจำอื่นได้ จึงเป็นที่มาของการเสนอให้บอร์ด สปสช. มีมติปรับแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบทนิยามของเครือข่ายหน่วยบริการตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 รวมถึงเพื่อไม่ให้มีข้อจำกัดในการรวมตัวเป็นเครือข่ายหน่วยบริการ และรองรับการบริหารเครือข่ายในรูปแบบใหม่ต่อไป