จะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่งผู้ที่เคยอยู่ในสภาวะร่างกายที่สมบูรณ์ กลับต้องอยู่ใน “ภาวะป่วยและภาวะพึ่งพิง” จาก “โรคมะเร็ง” ซึ่งสามารถ “ป้องกันได้”
ศาสตราจารย์ ดร.นพวรรณ เปียซื่อ รองคณบดีฝ่ายสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงหนึ่งในความท้าทาย “Real World Impact” โลกในยุคปัจจุบัน คือ อุบัติการณ์ของ “โรคมะเร็ง” ในแต่ละชนิด พบว่าเกิดขึ้นแตกต่างกันตามเพศและบริบทของแต่ละพื้นที่
เป็นภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาผู้นำสุขภาวะกับบทบาทในการจัดการปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญยิ่งของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “ระดับชุมชน” ซึ่งนับเป็น “หัวใจสำคัญของสังคมและประเทศชาติ”
โดยโรคมะเร็ง 3 ชนิดที่มักพบในเขตชุมชนเมือง จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งปอด จึงถือเป็นพันธกิจสำคัญในการร่วมลงพื้นที่ให้ความรอบรู้ที่ยั่งยืนกับประชาชน เพื่อการพึ่งพาดูแลตัวเอง ซึ่งจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อความสูญเสียเมื่อต้องพบกับรอยโรคในระยะที่เกินกว่าจะรักษาให้หายขาดได้
ศาสตราจารย์ ดร.นพวรรณ เปียซื่อ กล่าวต่อไปว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) สนับสนุนการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการตรวจอุจจาระเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงในประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และกลุ่มเสี่ยงอายุ 40 ปีที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
ปัจจุบันพบว่าอุบัติการณ์เกิดโรคมะเร็งที่เกิดจากพันธุกรรมมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่โรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต การทำงานที่เร่งรีบทำให้รับประทานอาหารแปรรูปมากขึ้น ออกกำลังกายลดลง รวมทั้งสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษทางอากาศ และการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งปอด
“โครงการรวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2563 โดยการทำงานร่วมกับชุมชนและ “เขตราชเทวี” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี วิทยาเขตพญาไท ในการพัฒนา “ชุมชนต้นแบบ” สร้าง “แกนนำชุมชน” ให้เรียนรู้และเข้าใจ และฝึกปฏิบัติแบบสะท้อนกลับ เกิดทักษะ และสามารถดำเนินการคัดกรองในพื้นที่ ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็ง และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้รับพระราชทานรางวัล “Princess Health Award 2022”
ข้อดีของการพัฒนาสุขภาวะชุมชนเพื่อการพึ่งพาตนเอง คือ การ “ลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการสุขภาพ” โดยเฉพาะการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยข้อจำกัดทางศาสนา และความเชื่อ โดยพบว่าสามารถสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นให้ประชาชนปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง พร้อมถ่ายทอดสู่สมาชิกในชุมชนเพื่อการเฝ้าระวังและส่งต่อได้อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของ “โรคมะเร็งปอด” ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการ “สูบบุหรี่” โดยควันบุหรี่ไม่เพียงส่ง “ผลกระทบทางสุขภาพ” แต่ยังรวมถึง “ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม” ต่อการเกิด “ฝุ่น PM2.5” ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศที่กำลังคุกคามโลก โดยการรณรงค์ครอบคลุมไปถึง “ผู้จำหน่าย” ผ่านการให้ความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการ “จำกัดเวลาการจำหน่าย” และมาตรการจำกัดพื้นที่การสูบบุหรี่โดยสร้างความร่วมมือ “ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน”
ตลอดจน “การสร้างแรงจูงใจ” ให้เกิด “ครอบครัวปลอดควันบุหรี่” โดยการให้ “เยาวชนในครอบครัว” ได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนในการ “ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ของครอบครัว จนได้เป็น “ครอบครัวลีลาวดี” ซึ่งเป็นดอกไม้สัญลักษณ์แห่ง “วันงดสูบบุหรี่โลก” ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี
รวมถึงการ “เลิกบุหรี่” ที่ไม่ได้มีที่มาจาก “การชี้นำ” หากเป็นการ “สร้างเป้าหมาย” พร้อม “สร้างกำลังใจ” เพื่อให้การเลิกสูบบุหรี่เป็นไปแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” ซึ่งจะนำไปสู่ “ความยั่งยืน” มากกว่า “การบังคับเลิก” จนสามารถผลักดันให้ “ชุมชนซอยสวนเงิน” ได้เป็น “ชุมชนต้นแบบปลอดบุหรี่” ในที่สุด
เป้าหมายต่อไปทีมสุขภาพรามาธิบดีมุ่งขยายขอบเขตการรณรงค์ไปสู่การป้องกันโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรคมะเร็งตับ” ที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์มากและต่อเนื่อง โรคอ้วนและเบาหวานที่สัมพันธ์กับไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง ภาวะตับแข็ง และสารอะฟลาท็อกซิน ที่คร่าชีวิตประชาชนเป็นจำนวนมากในแต่ละปีด้วยเช่นกัน
มหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมเคียงข้างชุมชน เสริมพลังต้านมะเร็ง และพัฒนาสุขภาวะองค์รวม “Holistic Well - being” สู่อนาคตที่ยั่งยืนของมวลมนุษยชาติ
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th
Cr : ศูนย์สร้างเสริมสุขภาพและสุขภาวะ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ)
โครงการงานประชาสัมพันธ์ภายใน / พันธกิจพิเศษ งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
