รองศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ รองคณบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาอย่างยั่งยืน และอาจารย์นักวิจัยด้านสังคมศาสตร์ ประจำสาขาวิชานโยบายสาธารณะและการจัดการภาครัฐ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ทุนมนุษย์” (Human Capital) มีทั้งแบบ “วัดได้” และ “วัดไม่ได้”
แม้สิ่งสำคัญที่เป็น “ปัจจัยภายใน” อาทิ ภาวะผู้นำ ความวิริยะอุตสาหะ ความรับผิดชอบต่อสังคม ฯลฯ จะเป็น “คุณค่าที่วัดไม่ได้” ซึ่งอาจสำคัญกว่า “ปัจจัยภายนอก” ที่ “วัดได้” อาทิ ระบบและเครื่องมือสื่อสาร - การใช้เทคโนโลยี สภาพคล่องทางการเงิน ระดับการศึกษา และสถานะทางเศรษฐกิจ แต่ก็นับเป็น “ปัจจัยหลัก” ที่แสดงให้เห็น “ภาพรวม” ของข้อมูล ซึ่งจะนำไปสู่ “การตัดสินใจลงทุน”
โดยได้ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อดิเรก วัชรพัฒนกุล อาจารย์นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พิสูจน์ศักยภาพนักวิจัยไทยในการ “ประเมินคุณค่าทรัพยากรมนุษย์” 5 ประเทศอาเซียน ตามข้อมูลที่ได้จากธนาคารโลก (World Bank)
จนได้รับคัดเลือกให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ “Thailand and the World Economy” นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ “ปัญญาของแผ่นดิน” ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้วิจัยได้เลือกใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ โดยใช้ DEA (Data Envelopment Analysis) ประเมิน “ประสิทธิภาพทุนมนุษย์” แล้วใช้ “ดัชนีชี้วัดอัตราการเติบโตของผลผลิต” (MPI - Malmquist Productivity Index) ศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาผลผลิตของชาติ ระหว่าง 5 ประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และประเทศไทย ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกัน
จากนั้นได้นำตัวเลขมาสรุปให้เห็นภาพรวมว่ามี “ความเร่งด่วน” ที่ควรจะได้รับการขยายผลในการพัฒนา “ทุนมนุษย์” ในด้านใดบ้าง
ผลข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี พ.ศ. 2561 และ 2563 พบว่าประเทศไทยมีระบบและเครื่องมือสื่อสาร - การใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของผลผลิตที่มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร ทว่ายังคงมีภาพรวมของการพัฒนาที่ยังไม่เป็นตัวเลขที่เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน แต่จะนำไปสู่ข้อเปรียบเทียบที่พร้อมกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา เมื่อได้เหลียวมองภาพสะท้อนรอบข้างจากอีก 4 ประเทศอาเซียนที่ทำการศึกษาร่วมด้วย
จากบทสรุปที่ได้ ผู้วิจัยหวังให้เป็นเหมือนการโยน “ก้อนหิน” ที่จะสร้าง “แรงกระเพื่อม” ให้กับ “สายธารแห่งทุนมนุษย์” จากการยกระดับความสามารถในการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่อยู่ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาที่มั่นคง
สู่การพัฒนา “ทุนมนุษย์” ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าตามกระแสน้ำ - กระแสเศรษฐกิจ - กระแสโลก ที่ยั่งยืนต่อไป
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th
สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ)
งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210
