ม.มหิดลแนะใช้ ‘Technology Literacy’ ฉลาดใช้เครื่องปรับอากาศ ลดผลกระทบเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

www.medi.co.th

ความรอบรู้เรื่องสุขภาพ” (Health Literacy) มีความจำเป็นต่อการมีสุขภาวะที่ดีฉันใด ความรอบรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยี” (Technology Literacy) มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันฉันนั้น


นับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2560 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีประกาศห้ามโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศใช้ สารเอชซีเอฟซี - 22” (สารคลอโรไดฟลูออโรมีเทน) ในกระบวนการผลิต หรือประกอบเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดทำความเย็นต่ำกว่า 50,000 บีทียูต่อชั่วโมง เพื่อการจำหน่ายในประเทศ ทำให้เกิดความตื่นตัวและตระหนักในเรื่องการใช้ น้ำยาแอร์ หรือ สารทำความเย็น” (Refrigerant) ในเครื่องปรับอากาศเพิ่มมากขึ้น นับเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการดำรงอยู่ภายใต้ชั้นบรรยากาศที่ได้ร่วมกันดูแลรักษาไม่ให้ถูกทำลาย


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทูร ชื่นวชิรศิริ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึง “Real World Impact” ของ สารหล่อเย็น ที่กำลังมาทดแทน สารเอชซีเอฟซี - 22 (สารคลอโรไดฟลูออโรมีเทน)” ได้แก่ สารเอชเอฟซี - 32” หรือ “R32” ซึ่งโดยทั่วไปมีค่าความดันสูงสุดอยู่ที่ 450 - 500 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (PSI - Pond per Square Inch) ในขณะที่ค่าความดันต่ำสุดอยู่ที่ 100 - 150 PSI


ซึ่งโดยหลักการทำความเย็นโดยทั่วไปประกอบด้วย การบีบอัด” (Compressor) “การควบแน่น” (Condenser) “การขยายตัว” (Expansion) และ การระเหย” (Evaporator) ภายใต้ ระบบปิด ทำให้ยากต่อการรั่วไหล ซึ่งการใช้สารทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพจะทำให้ได้ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย คาดกันว่าจะเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของกลไกทางการตลาดภายในรอบ 15 ปี


สำหรับเครื่องปรับอากาศที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ระบายความร้อนอยู่ด้านนอกอาคาร จุดสำคัญที่ทำให้ความเย็นลดลงขึ้นอยู่กับ ระดับความดันของสารทำความเย็น ซึ่งการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งอุปกรณ์ระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศที่อยู่ภายนอกอาคารไม่มีผลต่อสารทำความเย็น โดยจะต้องวัดจากเครื่องวัดความดันของสารหล่อความเย็นเท่านั้น


อย่างไรก็ดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทูร ชื่นวชิรศิริ มองว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่การใช้ชีวิตโดยส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้น้อยที่สุด ควรใช้ “Technology Literacy” ในการ ฉลาดใช้เครื่องปรับอากาศ และด้วยการออกแบบที่อยู่อาศัยให้สามารถหลีกเลี่ยงการรับความร้อนจากแสงแดด ตลอดจนมีการระบายความร้อนที่เหมาะสมจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะต้องหมดเปลืองไปกับค่าไฟฟ้า


นอกจากนี้การใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็นนอกจากจะ ดีต่อสิ่งแวดล้อม แล้ว ยัง ดีต่อสุขภาวะ ที่อาจได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง และข้อจำกัดในการได้รับ โอโซน” (Ozone) จากธรรมชาติได้ต่อไปอีกด้วย


ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th


ภาพจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทูร ชื่นวชิรศิริ


สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ)


งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6208