ม.มหิดลวิจัยภาพถ่ายรังสี 3 มิติวินิจฉัย ‘คืนชีวิต’ให้‘ฟันคุด’ พร้อมปลูกถ่ายแทน‘ฟันปลอม’

www.medi.co.th

เป็นที่ทราบกันดีว่า ฟัน เป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้ในการรับประทานอาหาร การเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของ ฟันกรามซี่สุดท้าย คือ สัญญาณบ่งบอก ถึงการก้าวเข้าสู่ วัยผู้ใหญ่ แต่ในบางรายฟันบางซี่อาจไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติ หรือเรียกว่า ฟันคุดหรือฟันฝัง จนต้องถอนออกเพราะขึ้นในตำแหน่งที่รบกวนฟันซี่อื่น หรือทำให้มีอาการปวดจากการอักเสบ


ด้วยเทคโนโลยีใหม่ทางทันตกรรมจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเก็บฟันคุดเหล่านี้ไว้ใช้ ปลูกถ่าย แทน ฟันปลอม ในอนาคต 


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงกรกมล กรีฑาภิรมย์ อาจารย์รังสีทันตแพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และทีมวิจัย ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ทันตแพทย์ และนักศึกษาทันตแพทย์ ที่ร่วมสานพันธกิจการวิจัยซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยทางทันตกรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


จากการได้รับโจทย์จากการรักษาทางทันตกรรมผ่านงานวิจัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการวินิจฉัย โดยเป็นผลงานร่วมกันระหว่างภาควิชารังสีวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล และภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ “Clinical Oral Investigations” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา


แม้ในความเป็นจริงการถ่ายภาพรังสีที่มากเกินความจำเป็นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง โดยตามมาตรฐานทางทันตกรรมอาจใช้เพียงภาพถ่ายรังสี 2 มิติเพื่อประกอบการวินิจฉัยช่องปากโดยทั่วไป แต่ในการประเมินฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติ จะต้องใช้การถ่ายภาพรังสี 3 มิติ ซึ่งให้ความละเอียดมากกว่า แต่ใช้ปริมาณรังสีมากกว่า และค่าใช้จ่ายสูงกว่า


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงกรกมล กรีฑาภิรมย์ อธิบายว่า ตามธรรมชาติของฟันมนุษย์ หน่อฟันแท้” (tooth bud) เป็นหนึ่งในระยะการเจริญเติบโตของฟันที่เกิดขึ้นในกระดูกขากรรไกร โดยจะค่อยๆ สร้างจากตัวฟันไปถึงรากฟัน ซึ่งจะทำให้มีแรงดันละลายรากฟันน้ำนมและงอกขึ้นมาช่องปาก โดย ฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติ หรือ ฟันคุด จะยังคงอยู่ในกระดูก หรือขึ้นได้เพียงบางส่วน ซึ่งอาจจะไม่ปรากฏภาพที่ชัดเจนเพียงจากการถ่ายภาพรังสี 2 มิติ


จากการติดตามเก็บภาพรังสีผู้ป่วยทางทันตกรรมของโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 380 ราย ซึ่งมีฟันที่ขึ้นไม่ได้ตามปกติรวม 590 ซี่ ในระยะเวลา 3 ปี ได้นำไปสู่แนวทาง (Guideline) ในการคัดเลือกฟันที่เหมาะสม เพื่อนำไป ปลูกถ่ายแทนฟันที่ถูกถอนไปได้ในทันที


นอกจากนี้ ยังใช้ในการ วางแผนจัดฟัน จากเดิมที่ต้องใช้วิธีการ ถอนฟัน ที่เป็น ฟันคุด หรือ ฟันฝัง ทิ้งแต่ในปัจจุบันสามารถ รักษาฟัน ไว้ด้วยการผ่าตัดและดึงด้วยลวดให้ขึ้นมาได้ในช่องปาก ให้ผลดีในผู้ป่วยรุ่นเยาว์ที่รากฟันยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่


ด้วยการถ่ายภาพรังสี 3 มิติ จะช่วยให้ทันตแพทย์สามารถระบุได้ว่า ฟันคุด นั้นเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ทดแทนฟันที่เสียไป


งานวิจัยนี้ทำการเปรียบเทียบภาพรังสี 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อสร้าง “guideline” ให้ทันตแพทย์สามารถประเมินได้คร่าวๆ จากภาพ 2 มิติว่า ฟันคุดนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์หรือไม่


โดยในบางกรณี อาจจะพบ การละลายตัวของฟันคุด ตามธรรมชาติในเนื้อฟัน โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจาก แบคทีเรีย ที่ทำลายเนื้อฟันเช่น ฟันผุ ซึ่งทำให้ฟันซี่นั้นไม่สามารถนำมาใช้ปลูกฟันได้


Guideline นี้จะช่วยให้ทันตแพทย์เฝ้าระวังการเกิดการละลายตัวของฟันที่ขึ้นไม่ได้เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยใช้ภาพรังสี 2 มิติที่ถ่ายตามมาตรฐานทางทันตกรรม และจำกัดการถ่ายภาพรังสี 3 มิติไว้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ป่วยจะได้รับปริมาณรังสีที่เหมาะสมสำหรับการวินิจฉัยโรค


โดยเป็นงานวิจัยที่น่าภาคภูมิใจ จากการใช้ข้อมูลคนไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย ซึ่งให้ผลที่ตอบโจทย์กว่าการรับข้อมูลจากต่างประเทศที่มีปัจจัยเกี่ยวข้องแตกต่างกัน


ก้าวต่อไป ทีมวิจัยพร้อมพัฒนาต่อยอดร่วมกับการใช้ ปัญญาประดิษฐ์” (AI) เพื่อให้ได้ผลการวินิจฉัยที่ครอบคลุมได้มากยิ่งขึ้นต่อไป


ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th


สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ)


งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210