8 หน่วยงาน จับมือ “สานพลังท้องถิ่น ขยายผลบริการยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน”

www.medi.co.th

8 หน่วยงานร่วมลงนาม MOU “สานพลังท้องถิ่น ขยายผลบริการยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน” เชื่อมพลัง ป.ป.ส. สถ. สบยช. สปสช. และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขับเคลื่อนระบบดูแลผู้ใช้ยาเสพติดและผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่ ตั้งแต่ค้นหา คัดกรอง บำบัดฟื้นฟู ลดอันตราย ไปจนถึงติดตามดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการใกล้บ้าน และกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีศักดิ์ศรี

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ             8 หน่วยงาน “สานพลังท้องถิ่น ขยายผลบริการยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน” ประกอบด้วย         สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย         สมาคมเทศบาลนครและเมือง สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร


ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากเป้าหมายร่วมกัน ในการยกระดับการดูแลผู้ใช้ยาเสพติดและผู้ติดยาเสพติด จากการทำงานแยกส่วนสู่ระบบบริการที่เชื่อมโยงกันในระดับพื้นที่ โดยผสานบทบาทของหน่วยงานนโยบาย หน่วยงานวิชาการ ระบบบริการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคประชาชน ครอบครัว และชุมชน เพื่อร่วมกันป้องกัน ค้นหา คัดกรอง บำบัดฟื้นฟู ลดอันตรายจากยาเสพติด และติดตามดูแลหลังการบำบัดอย่างเป็นระบบ โดยใช้ชุมชนเป็นฐานสำคัญในการดูแลผู้ใช้ยาเสพติดและผู้ติดยาเสพติดให้กลับมาใช้ชีวิตในครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี


พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดมีความซับซ้อน เชื่อมโยงทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนซึ่งเป็นด่านสำคัญในการเข้าถึง ดูแล และช่วยเหลือผู้มีปัญหายาเสพติดให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ ทั้งนี้ ป.ป.ส. ในฐานะหน่วยงานกลางด้านนโยบายและการอำนวยการตามแผนระดับชาติ       พร้อมสนับสนุน อปท. ให้เป็นกลไกหลักในพื้นที่ ขับเคลื่อนแนวทางที่เปลี่ยนผู้เสพจากผู้กระทำผิดเข้าสู่การดูแลรักษาตามแนวทางสาธารณสุข และทำให้หลักคิด “ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษา ผู้ผ่านการบำบัดต้องได้รับโอกาส และชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการดูแล” เกิดผลเป็นรูปธรรม

นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของ อปท. ทั่วประเทศ ให้สามารถจัดระบบบริการสาธารณสุขด้านยาเสพติดได้อย่างมั่นใจ ถูกต้องตามกฎหมาย และมีมาตรฐาน ตั้งแต่การคัดกรอง การส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ การลดอันตรายจากยาเสพติด ไปจนถึงการติดตามดูแลหลังการบำบัด รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์คัดกรองยาเสพติดในหน่วยบริการสาธารณสุข และศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมในพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดได้รับการดูแลต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจะสนับสนุนการบูรณาการแผนปฏิบัติการและงบประมาณด้านยาเสพติดของ อปท. ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติ พร้อมประสานการทำงานกับภาคีทั้ง 8 หน่วยงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนในพื้นที่เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และเกิดผลต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชน เข้าใจครอบครัวและบริบทชุมชน จึงมีบทบาทในการเชื่อมทุกภาคส่วนให้ร่วมกันค้นหา เข้าถึง ดูแล ฟื้นฟู และติดตามผู้มีปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง       โดยสมาคมฯ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลรูปแบบการทำงานที่ดีสู่ อบต. ทั่วประเทศ เพื่อให้แต่ละพื้นที่ออกแบบระบบดูแลที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ และให้ผู้ผ่านการบำบัดได้รับโอกาสกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนอย่างมีศักดิ์ศรี


นายวิสูตร จงชูวณิชย์ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยพร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้เทศบาลที่เป็นสมาชิกมีส่วนร่วมในการพัฒนาและจัดระบบบริการสาธารณสุขด้านยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน ตามอำนาจหน้าที่และบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งเชื่อมความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดูแลผู้ใช้ยาเสพติดและผู้ติดยาเสพติดเกิดขึ้นใกล้บ้านและต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการติดตามผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และขยายผลรูปแบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสู่เทศบาลสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการในระดับพื้นที่และสร้างความยั่งยืนให้กับการดูแลประชาชนในชุมชน

นายประเสริฐ บุญประสพ นายกสมาคมเทศบาลนครและเมือง กล่าวว่า พื้นที่เมืองมีปัญหา         ยาเสพติดที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต สมาคมเทศบาลนครฯ พร้อมสนับสนุนให้เทศบาลนครและเมืองทั่วประเทศ นำโมเดลบริการยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐานไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยเชื่อมการทำงานกับชุมชน แกนนำหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ เพื่อค้นหา เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบำบัดฟื้นฟู ติดตามดูแลต่อเนื่อง รวมถึงส่งเสริมทักษะอาชีพและการยอมรับจากสังคม ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างมั่นคง


นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมาอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด อบจ. จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกระดับจังหวัดที่สามารถสนับสนุนระบบบริการยาเสพติดให้เชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสมาคมฯ พร้อมส่งเสริมให้ อบจ. ทั้ง 76 จังหวัด ร่วมพัฒนาระบบคัดกรอง บำบัด ฟื้นฟู และติดตามดูแล พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่าง อบจ. เทศบาล อบต.    หน่วยบริการ และภาคีในจังหวัดให้มีเอกภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน


นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวว่า การขับเคลื่อนบริการยาเสพติดโดยมีชุมชนและภาคประชาสังคมเป็นฐาน   จะช่วยให้ผู้ป่วยยาเสพติดเข้าถึงการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึง และเท่าเทียม โดย สบยช. พร้อมเป็นแกนหลักด้านวิชาการ สนับสนุนมาตรฐานบริการ พัฒนาศักยภาพบุคลากร ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงยกระดับคุณภาพสถานฟื้นฟูให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และตอบโจทย์ผู้ป่วย ครอบครัว และพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้การดูแลในชุมชนมีคุณภาพและเชื่อมต่อกับระบบบริการได้ดียิ่งขึ้น

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า บทบาทของ สปสช. ในความร่วมมือครั้งนี้ คือการทำให้ “สิทธิด้านสุขภาพ” เป็นกลไกที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง โดยเฉพาะผู้ใช้ยาเสพติดและผู้ติดยาเสพติดที่ยังเข้าไม่ถึงบริการ หรือยังต้องการการดูแลต่อเนื่องในพื้นที่ ผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ หรือ กปท. ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการ ภาคีเครือข่าย และ สปสช. ให้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ชุมชน ตั้งแต่การส่งเสริมป้องกัน ค้นหาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริการ ฟื้นฟูสมรรถภาพ   ลดอันตรายจากยาเสพติด และติดตามดูแลหลังการบำบัด เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ชีวิตในครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี


ความร่วมมือของทั้ง 8 หน่วยงานครั้งนี้ เป็นการผสานพลังระบบสุขภาพ ท้องถิ่นและชุมชน เพื่อยกระดับการดูแลผู้ใช้ยาเสพติดและผู้ติดยาเสพติดจากการทำงานแบบแยกส่วน สู่ระบบบริการในพื้นที่ที่มีมาตรฐาน ต่อเนื่อง และไม่ตีตรา โดยมีประชาชน ครอบครัว และชุมชนเป็นศูนย์กลาง ทำให้ผู้มีปัญหา         ยาเสพติดเข้าถึงการดูแลได้เร็วขึ้น ครอบครัวมีส่วนร่วมในการประคับประคอง ผู้ผ่านการบำบัดได้รับโอกาสกลับคืนสู่สังคม และชุมชนมีระบบดูแลคนของตนเองอย่างยั่งยืน