กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์ยกระดับการผ่าตัดในการรักษาพระสงฆ์อาพาธด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยการผ่าตัด (Robot - assisted surgery) เพื่อช่วยให้พระสงฆ์อาพาธฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพระสงฆ์ที่จำเป็นต้องกลับไปปฏิบัติศาสนกิจพร้อมจรรโลงพระพุทธศาสนาต่อไป
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับบริการการแพทย์ขั้นสูงด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยการผ่าตัด (Robot - assisted surgery) มาใช้ในการรักษาผู้ป่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและรักษาโรค ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่สำหรับวงการผ่าตัด ที่มีความก้าวหน้า ทันสมัย มีความละเอียดและแม่นยำ ที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีศัลยแพทย์เป็นผู้ควบคุมการผ่าตัด โดยสำหรับการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดจะลดความสั่นของมือและนิ้วศัลยแพทย์ มีความเสถียรและมั่นคง อีกทั้งศัลยแพทย์ยังมองเห็นภาพผ่าตัดของผู้ป่วยผ่านทางกล้องได้ดีและชัดเจนกว่าการมองผ่านจอแบบการผ่าตัดธรรมดา ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการการแพทย์ขั้นสูง โรงพยาบาลสงฆ์ โดยกลุ่มงานศัลยศาสตร์จึงนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยการผ่าตัด (Robot - assisted surgery) มาให้บริการแก่พระภิกษุสามเณร ซึ่งการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ดังกล่าวจะช่วยให้พระภิกษุสามเณรมีอาการเจ็บน้อยกว่า เสียเลือดน้อยลง ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด และฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยให้พระสงฆ์สามเณรสามารถกลับไปปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายแพทย์อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสงฆ์ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์และสามเณรให้ได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และสอดคล้องกับบริบทของสมณเพศ ปัจจุบันพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น ทำให้โรงพยาบาลต้องพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โรงพยาบาลสงฆ์ได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยการผ่าตัด (Robot-Assisted Surgery) มาใช้ในการรักษาพระสงฆ์อาพาธเป็นครั้งแรกของโรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยกลุ่มงานศัลยศาสตร์ มาใช้ในการผ่าตัดโรคอะคาเลเซีย รักษาภาวะหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างไม่คลาย การผ่าตัดดังกล่าวเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS) ซึ่งมีความแม่นยำสูง ช่วยลดระยะเวลาและความซับซ้อนในผ่าตัด ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการแพทย์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลสงฆ์ ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพสำหรับพระสงฆ์ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยยึดพระสงฆ์อาพาธ เป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงพระธรรมวินัยและวิถีชีวิตของพระสงฆ์ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พระสงฆ์ สามเณร ได้รับบริการการรักษาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย อันจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีและร่วมกันธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้มั่นคงและยั่งยืนสืบไป
