"โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้กลุ่มโรคหัวใจ"โดยมูลนิธิรามาธิบดีฯ อีกหนึ่งโครงการที่" คำว่าให้...ไม่สิ้นสุด "

www.medi.co.th

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดทำ"โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้กลุ่มโรคหัวใจ" เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจซับซ้อนลดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาและลดความจำเป็นในการผ่าตัดหัวใจซ้ำ ฯลฯ ผศ.นพ.ภาวิทย์ เผยการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน ไม่ต้องผ่าเปิดอกใช้เวลาน้อย ในปีงบประมาณนี้ได้รักษาผู้ป่วยไปแล้วเกือบ 100 ราย โดยมูลนิธิรามาธิบดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายประมาณ 40 ราย


ผศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร รองคณบดีฝ่ายสนับสนุนพันธกิจและสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ กล่าวถึง โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้กลุ่มโรคหัวใจ โดยมูลนิธิรามาธิบดีฯ ว่า จากหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า โรคหัวใจ การปลูกถ่ายอวัยวะและโรคมะเร็ง คือ 3 อันดับโรคที่มีค่ารักษาสูงสุดในกลุ่มผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลรามาธิบดี และ โรคหัวใจเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทย และยังเป็นโรคที่สร้างภาระทั้งต่อผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้ง ระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจซับซ้อนที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงเพื่อยื้อชีวิตและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ไม่จำกัดเพศและอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมหลายชนิดหรือผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดหัวใจมาก่อน ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเปิดหัวใจตามแนวทางมาตรฐานได้อีก เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากการผ่าตัด

สำหรับโรคหัวใจ โดยเฉพาะ "โรคของลิ้นหัวใจผิดปกติ " เป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่พบได้บ่อยครั้งจะมี 2 แบบ คือ ลิ้นหัวใจตีบ เปิดได้ไม่เต็มที่ เลือดไหลผ่านลำบาก และลิ้นหัวใจรั่ว เลือดไหลย้อนกลับ ส่วนอาการของโรคลิ้นหัวใจตีบ จะมีอาการเหนื่อยง่าย มีน้ำท่วมปอด เป็นลม หมดสติ ส่วนใหญ่พบมากในผู้สูงอายุ อายุประมาณ 70–75 ปีขึ้นไป เพราะเกิดจากลิ้นหัวใจเสื่อมตามอายุ หรือมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดและโรคร่วมอื่น ๆ แนวทางการรักษาในอดีต"ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกและดมยาสลบ" ในปัจจุบันสามารถรักษาด้วย TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) สำหรับผู้ป่วยบางราย โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก ไม่ต้องดมยาสลบ ใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดบริเวณขาหนีบ เพื่อนำลิ้นหัวใจเทียมไปเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติก (Aortic Valve)
การรักษาด้วย TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) คือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกและไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ โดย แพทย์สอดสายสวนผ่านหลอดเลือดบริเวณขาหนีบ นำลิ้นหัวใจเทียมไปยังตำแหน่งลิ้นหัวใจเดิม จากนั้นใช้บอลลูนขยายให้ลิ้นหัวใจเทียมกางตัวและทำงานแทนลิ้นหัวใจเดิม โดยใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที ส่วนกลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสม: TAVI เหมาะสำหรับผู้ป่วยลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบหรือรั่ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในส่วนของลิ้นหัวใจที่ใช้เป็น ลิ้นหัวใจชีวภาพ (Bioprosthetic Valve) โดยเฉลี่ยจะสามารถใช้ได้ประมาณ 7–10 ปี และมีแนวโน้มใช้งานได้นานขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต และอาการมักดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังการรักษา การรักษาโรคลิ้นหัวใจผ่านสายสวนรูปแบบอื่นนอกจาก TAVI แล้ว โรงพยาบาลรามาธิบดียังสามารถรักษาลิ้นหัวใจ Mitral Valve และ Tricuspid Valve ที่มีภาวะรั่ว ด้วยเทคโนโลยีผ่านสายสวน โดยใช้อุปกรณ์ซ่อมแซมลิ้นหัวใจแทนการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดเปิดหน้าอกเช่นเดียวกันโรงพยาบาลรามาธิบดีให้การรักษาด้วย TAVI มานานกว่า 15 ปี และเป็นหนึ่งในศูนย์ที่มีความเชี่ยวชาญของประเทศไทย ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ และมีผลงานวิชาการได้รับการตีพิมพ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีสถิติการรักษา ได้แก่ TAVI (Aortic Valve) มากกว่า 650 ราย,Mitral และ Tricuspid Valve Repair มากกว่า 270 ราย ,ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจพิการแต่กำเนิด ประมาณ 70 ราย
" แม้เทคโนโลยี TAVI จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ อุปกรณ์ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง ตั้งแต่ หลายแสนบาทจนถึงกว่า 1 ล้านบาทต่อราย ขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์และความซับซ้อนของการรักษา ทางโรงพยาบาลรามาธิบดีเรามี "มูลนิธิรามาธิบดี"ทีมี
บทบาทสำคัญในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แม้อุปกรณ์จะมีราคาสูง พร้อมผลักดันให้การรักษาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ดำเนินต่อเนื่องและเข้าถึงผู้ป่วยได้มากขึ้น ด้วยการจัดตั้ง “โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรคหัวใจ” โดยในปีงบประมาณล่าสุดทางโรงพยาบาลรามาธิบดีได้รักษาผู้ป่วยด้วย TAVI เกือบ 100 ราย โดยมูลนิธิรามาธิบดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายประมาณ 40 ราย ส่วนผู้ป่วยที่เหลือสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดหรือบางส่วน

" สำหรับโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้กลุ่มโรคหัวใจ โดยมูลนิธิรามาธิบดีฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจซับซ้อนลดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาและลดความจำเป็นในการผ่าตัดหัวใจซ้ำลดระยะเวลาพักรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (CCU) และระยะเวลานอนโรงพยาบาล ลดการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลซ้ำจากภาวะหัวใจล้มเหลวผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ศึกษาเล่าเรียน หรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในส่วน ด้านระบบบริการสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาวเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาหัวใจขั้นสูงให้แก่ผู้ป่วยที่ขาดโอกาสพัฒนาศักยภาพทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด้านการรักษาโรคหัวใจผ่านสายสวนและสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการแพทย์" ผศ.นพ.ภาวิทย์ กล่าวเสริม
         ทั้งนี้ผู้สนใจ สามารถบริจาคช่วยเหลือ “โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรคหัวใจ” ชื่อบัญชี “มูลนิธิรามาธิบดี”(ใบเสร็จลดหย่อนภาษี 2 เท่า) ได้ที่
ธนาคารไทยพาณิชย์ 026-3-05216-3 ธนาคารกสิกรไทย 879-2-00448-3 ธนาคาร.กรุงเทพ 090-3-50015-5 หรือ บริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th
LINE: @ramafoundation โทร 0 2201 1111