‘คณะทันตะฯ ม.อ.’ หารือ ‘สปสช.’ หนุน “นวัตกรรมด้านทันตกรรม” ฝีมือคนไทยสู่ระบบบัตรทอง

www.medi.co.th

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมหารือ สปสช. ผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมทันตกรรมไทยสู่การใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ พร้อมต่อยอดเข้าสู่สิทธิประโยชน์บัตรทอง ด้านรองเลขาธิการ สปสช. ชื่นชมผลงาน ม.อ. มีทั้งนวัตกรรมพื้นฐานและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุทดแทนกระดูกและป้องกันการสลายตัวของกระดูกที่มีศักยภาพสูง พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมที่ผ่านมาตรฐาน เพื่อเพิ่มทางเลือกรักษาและลดการนำเข้า


 


รศ.ดร.ทพ.ทรงชัย ฐิตโสมกุล คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พร้อมด้วย นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนา ม.อ. ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำโดย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สปสช.เขต 12 สงขลา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ถึงแนวทางนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทันตกรรมไปใช้ในระบบบริการสุขภาพ และต่อยอดสู่การพิจารณาบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท


รศ.ดร.ทพ.ทรงชัย กล่าวว่า ม.อ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านทันตกรรมที่สามารถนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้จริง มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.อ. ได้พัฒนานวัตกรรมสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูผู้ป่วย รวมถึงงานวิจัยที่สนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณสุข

คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.อ. ยังได้จัดตั้งหน่วยงาน BEAM หรือ Business Ecosystem Advance Mouth-care เพื่อสนับสนุนนักวิจัยและอาจารย์ในการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ ยกระดับกระบวนการผลิตให้ผ่านมาตรฐาน และต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยมีทั้งห้องผลิตเครื่องมือแพทย์และห้องผลิตยาที่ผ่านเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาตรฐาน ISO และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อผลักดันผลงานเข้าสู่ระบบสุขภาพ


 


สำหรับนวัตกรรมที่นำเสนอในการหารือครั้งนี้ ได้แก่ วัสดุทดแทนกระดูก วัสดุป้องกันการสลายตัวของกระดูกและเยื่อกั้นกระดูก ระบบรากฟันเทียม อุปกรณ์ผ่าตัดช่องปาก ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริการทันตกรรม โดยบางรายการได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทยและผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว


 


ตัวอย่างผลงานที่มีการนำไปใช้จริง ได้แก่ Ezy Gel ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมและป้องกันสุขภาพช่องปากในเด็ก หลอดดูดน้ำลายสองทางที่ช่วยให้ทันตแพทย์ให้บริการเด็กได้สะดวกขึ้น รวมถึงเจลบอลน้ำลายเทียมสำหรับผู้มีภาวะปากแห้ง โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ขณะที่นวัตกรรมกลุ่มวัสดุทดแทนกระดูกและวัสดุป้องกันการสลายตัวของกระดูกเป็นอีกกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการต่อยอดเข้าสู่ระบบบริการ


 


รศ.ดร.ทพ.ทรงชัย กล่าวว่า การสนับสนุนนวัตกรรมที่พัฒนาโดยคนไทยจะช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการรักษาและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม พร้อมลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทันตแพทย์และผู้ใช้งานในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่ สปสช. เข้ามารับฟังข้อมูลและเยี่ยมชมผลงาน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมกันผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้จริง


ด้าน ทพ.อรรถพร กล่าวว่า จากการเยี่ยมชมและรับฟังการนำเสนอครั้งนี้ พบว่าคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.อ. มีผลงานวิจัย และนวัตกรรมจำนวนมาก ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ประชาชนสามารถใช้ได้ในวงกว้าง ไปจนถึงเท คโนโลยีขั้นสูงสำหรับการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วย หลายผลงานมีความพร้อมทั้งด้านการวิจัย มาตรฐานการผลิต และการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

โดยเฉพาะนวัตกรรมในกลุ่มวัสดุทดแทนกระดูกและวัสดุป้องกันการสลายตัวของกระดูก ถือเป็นผลงานที่น่าสนใจและมีศักยภาพสูง หากมีข้อมูลด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย และความคุ้มค่ารองรับอย่างครบถ้วน อาจสามารถพัฒนาต่อเป็นทางเลือกในการรักษาให้แก่ผู้ป่วย รวมถึงลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศได้ในอนาคต


“สิ่งที่เห็นจาก ม.อ. ไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่เป็นระบบที่ช่วยให้งานวิจัยเดินต่อได้ ตั้งแต่การพัฒนาต้นแบบ การผลิตตามมาตรฐาน ไปจนถึงการนำไปใช้จริง ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เพราะโจทย์ของประเทศในวันนี้ไม่ใช่เพียงการมีงานวิจัยที่ดี แต่ต้องทำให้งานวิจัยนั้นไปถึงประชาชนและหน่วยบริการได้จริง” ทพ.อรรถพร กล่าว


ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ปัจจุบัน สปสช. มีค่าใช้จ่ายนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ปีละกว่า 16,000 ล้านบาท หากประเทศไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและผลิตได้เอง จะช่วยลดการนำเข้าและทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ สปสช. พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมไทยที่ผ่านการวิจัย มีหลักฐานด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และได้มาตรฐาน พร้อมเชิญชวนนักวิจัยและนวัตกรเข้ามาหารือกับ สปสช. ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้ผลงานตอบโจทย์ประชาชนและหน่วยบริการ และสามารถต่อยอดเข้าสู่ระบบบัตรทองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น