รพ.บางปะหันนำระบบปัญญาประดิษฐ์ AI Chest X-ray ช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก เพิ่มความรวดเร็วคัดกรองวัณโรค โรคปอด ลดภาระการอ่านภาพของแพทย์ พร้อมเพิ่มโอกาสค้นหาผู้ป่วยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้าน สปสช. เดินหน้าสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ฝีมือคนไทย ยกระดับคุณภาพบริการ เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีสุขภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศควบคู่กัน
นพ.สมชาติ สุจริตรังสี ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร สปสช. เขต 4 และสื่อมวลชน ลงพื้นที่โรงพยาบาลบางปะหัน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยอ่านภาพรังสีทรวงอก (AI Chest X-ray) มาใช้ในการคัดกรองโรค โดยเฉพาะโรควัณโรค ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการที่ สปสช. สนับสนุนภายใต้สิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ปัจจุบันมีหน่วยบริการทั่วประเทศนำระบบ AI Chest X-ray มาใช้แล้ว 611 แห่ง ส่วนในพื้นที่ สปสช. เขต 4 สระบุรี มีหน่วยบริการให้บริการ 40 แห่ง และให้บริการประชาชนแล้ว 121,814 ราย ขณะที่โรงพยาบาลบางปะหันเริ่มใช้ระบบดังกล่าวตั้งแต่ปี 2568 โดยระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2568 ถึง 8 กรกฎาคม 2569 ให้บริการประชาชนด้วย AI Chest X-ray แล้ว 3,069 ราย สะท้อนถึงการนำนวัตกรรมมาช่วยยกระดับคุณภาพบริการและเพิ่มโอกาสค้นหาผู้ป่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
พญ.วิภาวี เกตุวัง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางปะหัน กล่าวว่า โรงพยาบาลมีผู้รับบริการตรวจเอกซเรย์ปอดจำนวนมากในแต่ละวัน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี การนำ AI Chest X-ray มาใช้ช่วยคัดกรองเบื้องต้น ทำให้แพทย์อ่านผลได้รวดเร็วขึ้น จากเดิมใช้เวลาประมาณ 1-1.30 นาที ลดเหลือเพียง 10-20 วินาที ช่วยลดภาระงาน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และช่วยแจ้งเตือนความผิดปกติที่อาจสังเกตได้ยาก ทำให้แพทย์สามารถตรวจเพิ่มเติมและค้นหาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
"AI ไม่ได้ทำหน้าที่แทนแพทย์ แต่เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ก่อนที่แพทย์จะนำผลมาประกอบกับอาการของผู้ป่วยเพื่อวินิจฉัยอีกครั้ง ทำให้การรักษามีความแม่นยำยิ่งขึ้น และในอนาคตหากสามารถขยายการใช้งานไปยังการตรวจอวัยวะส่วนอื่น เช่น ช่องท้องหรือระบบกระดูก ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น" พญ.วิภาวี กล่าว
ด้าน น.ส.สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด ผู้พัฒนาระบบ AI Chest X-ray กล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงพยาบาลนำระบบไปใช้งานแล้วกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ โดยได้รับผลตอบรับที่ดี เพราะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรอง ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้โรงพยาบาลสามารถรองรับการตรวจคัดกรองประชาชนจำนวนมากได้ โดยเฉพาะการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคและมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องจากข้อเสนอแนะของผู้ใช้งาน และร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชพัฒนาระบบเวอร์ชันใหม่ทุก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อรองรับการใช้งานในด้านอื่น ๆ เช่น ผู้ป่วยอุบัติเหตุ การตรวจภาวะกระดูกหัก และการวิเคราะห์อวัยวะส่วนอื่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยในอนาคต
น.ส.สุพิชญา กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีผู้พัฒนา AI ทางการแพทย์จากหลายประเทศ แต่บริษัทมุ่งพัฒนานวัตกรรมของคนไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมมาตรฐานสากล พร้อมออกแบบระบบให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานของโรงพยาบาลไทย ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและมีต้นทุนที่เหมาะสม โดยตลอด 8 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้นำข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานมาปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยบริการทั่วประเทศ
นพ.สมชาติ กล่าวว่า AI Chest X-ray เป็นหนึ่งในนวัตกรรมไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทยและอยู่ในสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดย สปสช. สนับสนุนการนำมาใช้เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการคัดกรองวัณโรคและมะเร็งปอด ช่วยลดภาระการอ่านภาพรังสีของแพทย์ทั้งในโรงพยาบาลขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สนับสนุนการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อนำเข้าสู่การรักษาได้รวดเร็ว ลดการแพร่กระจายของโรค และลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
"นอกจาก AI Chest X-ray แล้ว สปสช.ยังสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์ฝีมือคนไทยอีกหลายรายการ เช่น แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม และรากฟันเทียม ภายใต้บัญชีนวัตกรรมไทย เพราะนอกจากช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณภาพแล้ว ยังช่วยสร้างตลาดให้ผู้พัฒนานวัตกรรมไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ เกิดการจ้างงาน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับระบบสุขภาพของไทย" นพ.สมชาติ กล่าวปิดท้าย
