ดัชมิลล์ ขานรับนโยบายสุขภาพภาครัฐ เดินหน้าพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพ ขึ้นแท่นบริษัทที่มี “ตราทางเลือกสุขภาพ” มากที่สุดเป็นอันดับ 1 รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่

www.medi.co.th

ดัชมิลล์ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้านสุขภาพ ขานรับนโยบายภาครัฐ พร้อมตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพและพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์มากขึ้น ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” ผ่านแคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น
        โดยปัจจุบันดัชมิลล์มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเทียบระหว่างปี 2567–2568 พบว่ามีจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้กลุ่มบริษัทดัชมิลล์เป็นบริษัทที่มีจำนวนผลิตภัณฑ์ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในตลาด
นอกจากนี้ ทางดัชมิลล์ยังจัดเวทีเสวนา “ส่งเสริมคนไทยให้เข้าใจ และใส่ใจดูแลสุขภาพ” เพื่อเปิดมุมมองและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ “ตราทางเลือกสุขภาพ”               ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ “เบื้องหลังสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับที่มาและมาตรฐานของตราสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่ลดหวาน มัน เค็ม ได้อย่างมั่นใจ รวมทั้ง นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เสนอนโยบายในหัวข้อ “บทบาทและนโยบายของ อย. ในการลดปัญหา NCDs” ชี้แนวทางการกำกับดูแลและผลักดันมาตรการเพื่อสุขภาพประชาชน และนพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ร่วมเสวนาในหัวข้อ “NCDs และพฤติกรรมการกินของคนไทย” สะท้อนสถานการณ์และพฤติกรรมการบริโภคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมทั้ง ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด ร่วมแชร์มุมมองภาคเอกชนในหัวข้อ “ดัชมิลล์กับการสื่อสารสัญลักษณ์ตราทางเลือกสุขภาพ” สะท้อนบทบาทของผู้ประกอบการในการตอบสนองเทรนด์สุขภาพและการสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภค