สร้างความตระหนักรู้ว่า HPV ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิง ชวนผู้ชายปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน ‘ณเดชน์–ญาญ่า’ ร่วมส่งต่อความรู้ ชวนคนที่เรารักใส่ใจการป้องกัน
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผนึกกำลัง ภาคีเครือข่าย ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และชมรมแพทย์มะเร็งศีรษะและคอ เปิดตัวแคมเปญ ‘HPV ก็เรื่องของเรา รักใครให้ชวนป้องกัน’ ชวนคนไทยเปิดมุมมองใหม่ว่า HPV ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงหรือผู้ชายเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคน พร้อมส่งเสริมความเข้าใจเรื่องโรคที่เกี่ยวข้องและแนวทางการป้องกันสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของวัคซีน HPV
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสร้างความตระหนักว่า HPV เกี่ยวข้องกับทุกเพศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและดูแลทั้งตนเองและคนที่รัก ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 17 วันที่ 29 ตุลาคมนี้ โรงพยาบาลจึงจัดกิจกรรมเพื่อสานต่อการป้องกันมะเร็ง สร้างความตระหนักว่า ‘HPV ก็เรื่องของเรา’ และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อมุ่งสู่สังคมไทยที่ปลอดภัยจากโรคมะเร็งอย่างยั่งยืน”
จาก 20 ปีของวัคซีน HPV สู่การสร้างความเข้าใจที่ครอบคลุมทุกคน
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา วัคซีน HPV จากอเมริกามีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการใช้จริงสั่งสมอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ได้รับวัคซีนแล้วมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญของการป้องกันมะเร็งและโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจในสังคมยังมักเชื่อมโยง HPV กับมะเร็งปากมดลูกและสุขภาพของผู้หญิงเป็นหลัก ทั้งที่ผู้ชายก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การส่งต่อเชื้อ และโรคที่เกี่ยวข้องเช่นกัน แคมเปญนี้จึงใช้โอกาสครบรอบ 20 ปี ขยายความตระหนักรู้ให้ครอบคลุมทุกเพศ โดยเฉพาะการชวนผู้ชายให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่รอจนเกิดอาการ และปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนเพื่อประเมินแนวทางการป้องกันที่เหมาะสมกับตนเอง

‘HPV ก็เรื่องของผู้ชาย’ ถึงเวลาขยายความเข้าใจให้ครอบคลุมมากขึ้น
แคมเปญชูประเด็นว่า HPV ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น โดยผู้ชายมากกว่า 90% ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีโอกาสติดเชื้อในช่วงหนึ่งของชีวิต และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อาจไม่มีอาการ ทำให้สามารถส่งต่อเชื้อไปยังคู่ครองได้โดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ ผู้ชายยังสร้างภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อได้น้อยและมีโอกาสติดเชื้อซ้ำ การไม่มีอาการจึงไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง
เชื้อ HPV เกี่ยวข้องกับโรคในผู้ชายหลายชนิด เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก โดยเฉพาะมะเร็งช่องปากและลำคอ ที่พบมากเป็นอันดับที่ 4 ในชายไทย รศ.นพ.วรุตม์ พงศาพิชญ์ ประธานชมรมแพทย์มะเร็งศีรษะและคอ กล่าวว่า “เชื้อ HPV เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของมะเร็งช่องปากและลำคอ โดยการติดเชื้อบริเวณช่องปากและลำคอสามารถเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ จึงอาจส่งต่อเชื้อโดยไม่รู้ตัว การมีความรู้และตระหนักถึงความเสี่ยงจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการป้องกัน”

แพทย์ชี้ “รู้ก่อน ป้องกันก่อน” คืออีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพ
ผศ.นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร หัวหน้างานสูตินรีเวชกรรม และแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวชและการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “จากประสบการณ์ที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช เราพบผู้ป่วยหลายคนที่สุขภาพแข็งแรงและไม่มีอาการผิดปกติ จนกระทั่งตรวจพบความผิดปกติ เพราะ HPV อาจไม่แสดงอาการได้เป็น 10 ปี การเริ่มป้องกันคือทางเลือกในการดูแลทั้งตัวเองและคนที่เรารักก่อนที่โรคจะเกิดขึ้น”
ด้าน นพ.กานต์ พึ่งสุชนสุนทร ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะและสุขภาพเพศชาย โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “HPV ไม่ได้มีเฉพาะในปากมดลูก แต่สามารถก่อโรคในผู้ชายได้ ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการ และปัจจุบันยังไม่มีการตรวจคัดกรอง HPV สำหรับผู้ชายทั่วไปเหมือนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง
การป้องกันเชิงรุกและการปรึกษาแพทย์จึงมีความสำคัญ”
“ป้องกัน” ไม่ได้หมายถึงการดูแลตัวเองเพียงคนเดียว
วัคซีน HPV ช่วยป้องกันโรคและมะเร็งที่เกิดจากเชื้อ HPV ได้ 6 โรค ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ และหูดหงอนไก่ สำหรับผู้ชาย วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์จากสหรัฐอเมริกาเป็นวัคซีนเพียงชนิดเดียวที่ช่วยป้องกันโรคและมะเร็งจากเชื้อ HPV ในเพศชายได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของการฉีดวัคซีนตามช่วงอายุและภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล

นพ.กฤต หมัดแสละ หัวหน้างานเวชศาสตร์ทั่วไปและเวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “การมีคู่เพียงคนเดียวไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV เพราะเชื้อสามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นาน และการตรวจพบเชื้อไม่สามารถระบุได้ว่าได้รับเชื้อเมื่อใดหรือจากใคร จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นหลักฐานของการนอกใจ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจความเสี่ยง เปิดใจพูดคุย และชวนกันปรึกษาแพทย์เรื่องการป้องกัน”
ภายใต้แนวคิด ‘รักใครให้ชวนป้องกัน’ แคมเปญต้องการขยายความหมายของการป้องกันจากเรื่องส่วนบุคคลไปสู่การดูแลคนรอบตัว การพูดคุยเรื่อง HPV อาจเริ่มต้นได้จากบทสนทนาง่าย ๆ ระหว่างพ่อแม่กับลูก คู่รัก เพื่อน หรือคนใกล้ชิด โดยไม่ทำให้เรื่อง HPV เป็นเรื่องน่ากังวลหรือสร้างความกลัว
ด้าน ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ร่วมส่งต่อสารถึงคู่รักว่า “ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าผู้ชายจะเสี่ยงจากเชื้อ HPV ได้เหมือนกัน แต่พอได้รู้ข้อมูลแล้วจึงอยากชวนทุกคน ไม่ว่าจะคบกันมานาน มีแฟนเพียงคนเดียว หรือเพิ่งแต่งงาน ให้ลองพูดคุยและชวนกันไปปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีน เพราะการป้องกันเป็นเรื่องที่ทำไปด้วยกันได้ การชวนกันป้องกันจึงไม่ใช่แค่การดูแลตัวเอง แต่ยังเป็นการดูแลคนที่เรารักด้วย”
