
ในกาแฟมีคาเฟอีนช่วยกระตุ้นทำให้ร่างกายตื่นตัว หายง่วง แต่ในคนที่มีโรคประจำตัวก็ไม่เหมาะ เพราะจะไปกระตุ้นโรคให้มีอาการแย่ลง
1.โรคนอนไม่หลับ
ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟก่อนเข้านอน เพราะในกาแฟมีคาเฟอีนทำให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอด
2.โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมอาการไม่ได้
ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟปริมาณมากในเวลาใกล้เคียงกัน เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตทั้งขณะหัวใจบีบตัวและคลายตัวเพิ่มขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังการดื่มและอาจเพิ่มอยู่นาน 3 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่คุมความดันโลหิตได้ดีอาจไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว
3.โรคไขมันในเลือดสูง
ในกาแฟมีสารที่อยู่ในกลุ่มไดเทอร์พีน ซึ่งสารดังกล่าว ส่งผลให้คอเลสเตอรอลโดยรวม LDL และไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นคนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงควรเลี่ยงการดื่มกาแฟสดหรือกาแฟต้มที่ไม่ผ่านการกรอง เพราะอาจทำให้ร่างกายคุมระดับไขมันในเลือดได้ไม่ดี
4.โรคกระดูกพรุน
เนื่องจากคาเฟอีนเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ อาจทำให้ความหนาแน่นแร่ธาตุในกระดูกลดลงเล็กน้อย แม้ไม่ถึงระดับที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก แต่ควรระมัดระวังในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ
5.โรคขาดวิตามินบี 1
ถ้ามีภาวะขาดวิตามินบี 1 ควรงดดื่มกาแฟไปเลย เพราะกาแฟจะเข้าไปลดการดูดซึมวิตามินบี 1 และยังกระตุ้นการขับวิตามินบี 1 ออกทางปัสสาวะอีกด้วย ทำให้ระดับวิตามินบี 1 ในเลือดลดลง ซึ่งจะส่งผลให้มีปัญหาหลอดเลือด ระบบสมอง ประสาท และหัวใจตามมา
6.โรคต้อหิน
เนื่องจากคาเฟอีนมีผลต่อการทำให้ความดันที่ตาสูงขึ้นได้ คนเป็นโรคต้อหินจึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน เพื่อไม่ให้อาการของโรคต้อหินแย่ลง
7.โรคเบาหวาน
เนื่องจากกาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ ควรเลี่ยงดื่มดีกว่า