อาหารลดกรดยูริกหาง่ายใกล้ตัว ที่คนปวดข้อต้องควรรู้

รวมอาหารลดกรดยูริก กินอย่างไรให้ห่างไกลอาการปวดตามข้อ
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินชื่อ "กรดยูริก" ผ่านๆ หูกันมาบ้าง โดยเฉพาะคนที่มีอาการปวดตามข้อ หรือเป็นโรคเกาต์ ที่หากปล่อยให้เจ้ากรดยูริกตัวนี้สะสมในร่างกายจนสูงเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดข้อจนแทบเดินไม่ได้ แถมปล่อยไว้นานๆ อาจเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ ที่พร้อมต่อคิวอีกเพียบด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะในบทความนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับอาหารที่จะช่วยคุณลดกรดยูริกในร่างกายได้ง่ายๆ แถมบรรเทาอาการปวดข้อจากโรคเกาต์ได้ที่นี่แล้ว


'กรดยูริก' คืออะไร ค่าไหนปกติ สูงเกินไปเสี่ยงอะไรบ้าง ?
กรดยูริก (Uric Acid) เป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของสารพิวรีน (Purine) ที่จะได้เมื่อร่างกายมีการสลายเซลล์เกิดขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่ากรดยูริกเกิดขึ้นจากการสร้างภายในร่างกายที่มากเกินไป 80% และอีก 20% เป็นความผิดปกติของการได้รับจากอาหารหลายชนิด ที่อาจทำให้ค่ากรดยูริกเพิ่มสูงได้ ซึ่งโดยปกติร่างกายจะสามารถกำจัดกรดยูริกออกได้ผ่านทางการปัสสาวะและอุจจาระ ซึ่งค่ากรดยูริกในระดับปกติในเด็กและผู้ใหญ่ควรอยู่ในระดับ ดังนี้


เด็ก จะมีกรดยูริกในช่วง 3 – 4 มก./ดล.
ผู้ใหญ่ จะมีกรดยูริกอยู่ที่ 4 – 6 มก./ดล.


แต่หากมีการผลิตมากเกินไป รวมถึงการกินอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด สัตว์ปีกไก่ เป็ด ข้อไก่ เนื้อสัตว์ น้ำซุปจากสัตว์ กะปิ ถั่วแดง ถั่วเขียว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม น้ำหวาน ฯลฯ หรือมีความผิดปกติของระบบขับถ่ายก็จะทำให้กรดยูริกสะสมในเลือด ส่งผลให้เกิดโรคเกาต์ โรคนิ่วในไต หรือโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมาได้

จัดการลดกรดยูริกให้อยู่หมัด กับอาหารลดกรดยูริกที่คนปวดข้อต้องรู้ !
1. น้ำเปล่า หรือน้ำแร่
เพราะกรดยูริกจะถูกขับออกจากร่างกายโดยการปัสสาวะ ซึ่ง 70% ของกรดยูริกจะขับออกจากที่ไต ดังนั้น การดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร จะช่วยเจือจางความเข้มข้นของกรดยูริกในเลือดได้ และถูกขับออกทางปัสสาวะได้ง่ายขึ้น รวมถึงการดื่มน้ำแร่ที่มีค่าความเป็นด่างก็สามารถช่วยขับกรดยูริกที่มีความเป็นกรดได้ดีขึ้นเช่นกัน
2. กาแฟดำ
จากการศึกษาพบว่ากาแฟดำที่สกัดคาเฟอีนออกแล้ว (Decaf Coffee) รวมถึงไม่เติมน้ำตาลและครีม วันละ 4-5 แก้ว (เล็ก) มีส่วนช่วยลดระดับกรดยูริกได้ถึง 0.26 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ปริมาณดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อดื่มในระดับที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคล
3. นมพร่องมันเนย หรือนมไขมันต่ำ
การดื่มนมพร่องมันเนย หรือนมไขมันต่ำจะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่ชื่อว่า ‘เคซีน’ โดยเมื่อผ่านการย่อยที่ลำไส้จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นกรดอะมิโนที่เชื่อว่า ‘อลานีน’ ซึ่งกรดอะมิโนนี้เองสามารถช่วยกระตุ้นให้ไตขับกรดยูริกออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสะสมในร่างกายได้ดีขึ้นนั่นเอง

4. เชอร์รี
การกินเชอร์รี่วันละ 10-12 ลูก ติดต่อกัน 2 วัน จะช่วยลดการอักเสบและความเจ็บปวดตามข้อจากโรคเก๊าต์ได้ โดยในเชอร์รีอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ ช่วยลดความเจ็บปวด อีกทั้งการกินเชอร์รียังช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือด และป้องกันการสะสมของผลึกยูริกตามข้อกระดูกได้อีกด้วย
5. ขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery)
ไม่ว่าจะกินแบบสด หรือในรูปแบบอัดเม็ด ขึ้นฉ่ายฝรั่งก็สามารถช่วยลดกรดยูริกในร่างกายได้ โดยจะช่วยเสริมการทำงานของไตให้ทำงานได้ดีขึ้นและสามารถขจัดยูริกออกได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

6. อาหารที่มีวิตามินซีสูง
ในปัจจุบันมีหลากหลายงานวิจัยที่กล่าวว่าวิตามินซีมีแนวโน้มช่วยลดกรดยูริกในร่างกายได้ถึง 0.05 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยศึกษาจากกลุ่มคนที่เป็นโรคเกาต์ ผ่านการกินวิตามินซี 500 มิลลิกรัม ติดต่อกันเป็นเวลา 30 วัน โดยกลไกของวิตามินซีนั้นมีส่วนช่วยในการขับกรดยูริกที่ท่อไต รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากวิตามินซียังช่วยลดการอักเสบได้อีกด้วย ซึ่งอาหารลดกรดยูริกอย่างวิตามินซีสามารถรับประทานได้ทั้งในรูปแบบเม็ด หรือผักและผลไม้สดได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ตระกูลส้ม, กีวี, สตรอว์เบอร์รี, มะเขือเทศ เป็นต้น


และนี่ก็คืออาหารลดกรดยูริกที่เราได้นำมาฝากคนที่เป็นโรคเกาต์ หรือมีภาวะปวดข้อจากกรดยูริกในร่างกายสูง นอกจากนี้อย่าปล่อยให้กรดยูริกเป็นภัยเงียบที่กัดกินสุขภาพของคุณ หากตรวจพบว่ามีระดับกรดยูริกสูงกว่าปกติ อย่ารอช้าที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่างๆ เริ่มต้นจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง และสุดท้ายอย่าลืมตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อติดตามระดับกรดยูริก ที่หากพบความผิดปกติจะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่นๆ

 


ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลวิมุต    https://www.vimut.com/article/Gout-Diet-Foods-Avoid-High-Uric-Acid-Levels