กรมควบคุมโรคย้ำ “วัณโรคไม่ติดต่อผ่านการกิน-ดื่มน้ำร่วมกัน” ติดต่อทางอากาศจากการไอ จามเท่านั้น

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย ยืนยันวัณโรคติดต่อผ่านทางอากาศจากการไอหรือจามเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อผ่านการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำร่วมกัน


วันนี้ (27 เมษายน 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ เปิดเผยว่า วัณโรคยังคงเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี พ.ศ. 2568 คาดว่าจะมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 104,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 11,300 รายต่อปี นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 4 ของคนไทย มีเชื้อวัณโรคแฝงในร่างกาย แต่จะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ


ทั้งนี้ ประชาชนควรหมั่นสังเกตอาการตนเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด มีไข้ต่ำ ๆ เหงื่อออกผิดปกติในเวลากลางคืน น้ำหนักลด เบื่ออาหาร และอ่อนเพลีย ซึ่งหากตรวจพบเร็วและรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง 6 - 9 เดือน จะสามารถรักษาหายขาดและลดการแพร่กระจายเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นายแพทย์มณเฑียร กล่าวเน้นย้ำว่า ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการติดต่อของวัณโรคเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การตีตราผู้ป่วย โดยวัณโรคเป็นโรคติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ โดยเมื่อผู้ป่วยวัณโรคปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง ไอ จาม พูดดัง ๆ ตะโกน หัวเราะหรือร้องเพลง ทำให้เชื้อลอยออกมาในรูปของละอองฝอยขนาดเล็กและเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ วัณโรคจะไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส รับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำร่วมกัน โดยเฉพาะวัณโรคนอกปอด เช่น วัณโรคต่อมน้ำเหลือง จะไม่มีการแพร่กระจายเชื้อผ่านการสัมผัส หรือการรับประทานอาหาร อีกทั้งในผู้ป่วยวัณโรคปอดที่ได้รับยารักษาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะไม่แพร่เชื้อเมื่อทานยาเกิน 2 สัปดาห์ไปแล้ว


กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการเร่งรัดการคัดกรอง ค้นหา และรักษาผู้ป่วยวัณโรค อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สัมผัสร่วมบ้านและผู้สัมผัสใกล้ชิด ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ที่อาศัยในชุมชนแออัด ผู้ต้องขังในเรือนจำ และแรงงานข้ามชาติ ฯลฯ โดยจะได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการเอกซเรย์ทรวงอกและแปลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับการวินิจฉัยทางอณูชีววิทยา (Molecular Techniques) เพื่อค้นหาและรักษาผู้ป่วยให้ได้รวดเร็ว พร้อมตรวจหาวัณโรคดื้อยาในทุกกรณี เมื่อพบว่าป่วยเป็นวัณโรค จะดูแลรักษารักษาให้กินยาครบตามกำหนดระยะเวลา ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เร่งรัดควบคุม ป้องกัน และยุติปัญหาวัณโรคให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2578


นอกจากนี้ แม้วัณโรคจะไม่ติดต่อผ่านอาหารและน้ำ แต่ประชาชนควรดูแลสุขภาพโดยรวม โดยยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลาง หรือใช้แก้วน้ำส่วนตัวทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังจากสัมผัสสิ่งสกปรก เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ รวมถึงสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอและจาม หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


นายแพทย์มณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการควบคุมวัณโรค คือ การรู้เร็ว ตรวจเร็ว และรักษาต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ตีตราผู้ป่วย เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเหมาะสม ภายใต้แนวคิด วัณโรค รู้เร็ว รักษาหาย ไม่แพร่กระจาย ไม่ตีตรา ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองวัณโรค โทร. 02 212 2279 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


 


*********************************


ข้อมูลจาก : กองวัณโรค/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 27 เมษายน 2569