บริษัท Eli Lilly ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA ในการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขั้นสูง เพื่อเร่งกระบวนการค้นคว้ายาและลดระยะเวลาในการพัฒนายา นับเป็นหนึ่งในความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเภสัชกรรม
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) มากกว่าพันตัว และถูกออกแบบให้เป็น “AI factory” หรือโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับวงจรการทำงานของ AI ได้ครบวงจร ตั้งแต่การฝึกโมเดลไปจนถึงการนำไปใช้งานจริง โดยระบบทั้งหมดจะใช้พลังงานหมุนเวียนและติดตั้งภายในศูนย์ของ Eli Lilly
เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถฝึกโมเดล AI ด้วยข้อมูลจากการทดลองนับล้านรายการ เพื่อค้นหาสารประกอบที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาใหม่ นอกจากนี้ โมเดลบางส่วนจะเปิดให้ใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม Lilly TuneLab ซึ่งเป็นโครงการ AI/ML มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ที่เปิดให้บริษัทไบโอเทคใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แลกกับการแบ่งปันข้อมูลเพื่อพัฒนาโมเดล
นอกเหนือจากการค้นคว้ายา ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ยังจะถูกนำไปใช้ในขั้นตอนอื่นของการพัฒนา เช่น การวางแผนการทดลอง การวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ และกระบวนการผลิต ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของอุตสาหกรรม ผู้บริหารของ NVIDIA ระบุว่า “AI factory” กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญทางวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยเปลี่ยนแนวทางจากการลองผิดลองถูกไปสู่การออกแบบยาอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น ขณะที่ Eli Lilly มองว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้เข้าใจชีววิทยาของโรคในระดับลึก และแปลงองค์ความรู้ไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แม้ความร่วมมือนี้จะเป็นหนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุด แต่การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมยานั้นกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทชั้นนำ เช่น AstraZeneca และ Novo Nordisk ต่างก็มีความร่วมมือกับ NVIDIA ในการพัฒนาเทคโนโลยีลักษณะเดียวกัน คาดการณ์ว่าตลาด AI เฉพาะทางทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 512,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี ค.ศ. 2030 สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ในอนาคต
ข้อมูลจาก : https://www.lilly.com/news/stories/new-supercomputer-could-change-future-medicine
