Virtual Nursing หัวใจของการรักษาพยาบาลในอนาคต

ผลสำรวจล่าสุดเผย ผู้บริหารโรงพยาบาลส่วนใหญ่เชื่อ “Virtual Nursing” จะกลายเป็นหัวใจระบบรักษา แม้ปัจจุบันยังใช้จริงไม่มากนัก


AvaSure ร่วมกับองค์กรผู้นำการพยาบาลสหรัฐฯ สำรวจเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ พบว่า “พยาบาลเสมือน” (Virtual Nursing) กำลังได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระบบดูแลผู้ป่วยในระยะเฉียบพลัน โดย 74% ของผู้บริหารโรงพยาบาลเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญของรูปแบบการรักษาในอนาคตเพิ่มขึ้นจาก 66% ในปีที่ผ่านมา แต่การนำไปใช้จริงยังอยู่ในระดับจำกัด โดยมีเพียง 10% ของผู้บริหารโรงพยาบาล และ 14% ของฝ่ายไอทีที่บูรณาการระบบดังกล่าวเข้าสู่การดูแลมาตรฐานแล้ว จากการสำรวจบุคลากรทางการแพทย์กว่า 1,000 คน


แม้ Virtual Nursing ยังไม่แพร่หลาย แต่เริ่มแสดงศักยภาพด้านประสิทธิภาพการดูแล ลดภาระงาน และเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย หนึ่งในรูปแบบที่เห็นผลชัดคือ “Virtual Sitting” หรือการเฝ้าผู้ป่วยทางไกลโดยเจ้าหน้าที่ฝึกอบรม ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุ เช่น การพลัดตกเตียง พร้อมลดต้นทุน โดยโรงพยาบาล St. Luke’s Duluth สามารถประหยัดงบฯ ได้ถึง 1.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2023


ข้อมูลยังระบุว่า 46% ของโรงพยาบาลกำลังทดลองหรือเริ่มใช้ระบบนี้เพิ่มจาก 38%ในปีก่อน โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจาก Virtual Sitting ก่อนขยายไปสู่ระบบพยาบาลเสมือนเต็มรูปแบบ ซึ่งมีทั้งการช่วยจัดการเอกสารแทนบุคลากรหน้างาน และการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลผู้ป่วยอาการหนักจากระยะไกล


ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า Virtual Nursing มีศักยภาพพลิกโฉมระบบสาธารณสุข ทำให้เข้าถึงบริการได้มากขึ้น ลดต้นทุนบุคลากร และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของพยาบาล ขณะเดียวกันยังเป็นทางออกสำคัญต่อปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก ส่วนการใช้งานที่โดดเด่นที่สุดยังคงอยู่ในด้านความปลอดภัยผู้ป่วยและการลดภาระงานเอกสาร ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีขึ้นและการประหยัดงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต