วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบแบบไม่แช่เย็นผ่านทดลองระยะ 1

วัคซีนบาดทะยักและคอตีบสูตรใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็นผ่านการทดลองระยะที่ 1 ให้ผลน่าพอใจ โดยยังคงประสิทธิภาพได้แม้เผชิญอุณหภูมิรุนแรง อาจช่วยขยายการเข้าถึงวัคซีนในพื้นที่ห่างไกลและลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบห่วงโซ่ความเย็น


วัคซีนบาดทะยักและคอตีบสูตรใหม่ SPVX02 ซึ่งพัฒนาโดย Stablepharma บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของอังกฤษ แสดงให้เห็นว่าสามารถคงความเสถียรได้นานอย่างน้อย 2 ปี ที่อุณหภูมิสูงถึง 30 องศาเซลเซียส และยังคงประสิทธิภาพเต็มที่หลังผ่านการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรุนแรงซ้ำไปมาระหว่าง -20 ถึง 40 องศาเซลเซียส


ผลการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร eClinicalMedicine มาจากการทดลองระยะที่ 1 ที่ NIHR Clinical Research Facility เมืองเซาแทมป์ตัน และได้รับการสนับสนุนจาก NIHR Biomedical Research Centre โดยมีอาสาสมัครสุขภาพดีเข้าร่วม 60 คน


ภายในวันที่ 28 ผู้เข้าร่วมทุกคนที่ได้รับ SPVX02 มีระดับแอนติบอดีที่อยู่ในระดับป้องกันโรคและใกล้เคียงกับวัคซีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในปัจจุบัน โดยทีมวิจัยไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน


ศาสตราจารย์ซอล เฟาสต์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า การรักษาวัคซีนให้อยู่ในอุณหภูมิเย็นตั้งแต่โรงงานผลิตจนถึงผู้ป่วยถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทั่วโลก และผลการศึกษานี้ชี้ว่า วัคซีนอาจยังคงปลอดภัยและมีประสิทธิผลได้โดยไม่ต้องแช่เย็น


บริษัท Stablepharma แถลงว่า เทคโนโลยี StablevaX ที่ใช้ในการผลิตวัคซีนสูตรใหม่นี้ อาจมีความสำคัญต่อการพัฒนาวัคซีนที่มีความคงตัวต่ออุณหภูมิ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านระบบการรักษาความเย็น หรือมีอุปสรรคต่อการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม


ปัจจุบันมีการเริ่มการทดลองระยะที่ 2b แล้ว เพื่อประเมิน SPVX02 ในประชากรกลุ่มใหญ่ขึ้น หากการศึกษาขนาดใหญ่ขึ้นยืนยันผลดังกล่าว เทคโนโลยีนี้อาจช่วยเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บและขนส่งวัคซีนทั่วโลก