ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) รายงานว่าสหรัฐฯ พบผู้ป่วยโรคหัดยืนยันแล้ว 2,566 คน ตั้งแต่ต้นปีนี้ ถือเป็นจำนวนผู้ป่วยโรคหัดที่สูงที่สุดในรอบกว่า 35 ปี
ข้อมูลเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยังไม่มีผู้เสียชีวิตแต่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 169 คน โดยจำนวนผู้ป่วยสะสมสูงกว่าทุกปีนับตั้งแต่การกลับมาระบาดครั้งใหญ่ระหว่างปี ค.ศ. 1989 ถึง 1991 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 55,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 123 คน
CDC ระบุว่า ผู้ป่วยหัดในปีนี้มากถึง 93% เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือไม่ทราบสถานะการได้รับวัคซีน ส่วนที่เหลือเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนมาแล้ว 1 หรือ 2 เข็มก่อนติดเชื้อ พบผู้ติดเชื้อในปีนี้แล้ว 45 รัฐ รวมถึงนครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หากรวมช่วงระยะเวลา 6 เดือนนับตั้งแต่เริ่มการระบาดในเดือนตุลาคม 2025 ในรัฐเซาท์แคโรไลนามีผู้ป่วยเกือบ 1,000 คน ถือเป็นการระบาดในพื้นที่เดียวครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ประเทศประกาศให้โรคหัดหมดไปจากสหรัฐฯ ในปี 2000
จำนวนผู้ป่วยหัดที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นพร้อมกับอัตราการได้รับวัคซีน MMR ในเด็กที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มเกิดการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ วัคซีน MMR ใช้ป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน และข้อมูลของ CDC ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือมีสถานะการฉีดวัคซีนไม่ชัดเจน
