วงการแพทย์จับตา 'bepirovirsen' ยารักษาไวรัสตับอักเสบบีตัวใหม่

วงการแพทย์จับตา “bepirovirsen” ยาตัวใหม่ของ GSK หลังการทดลองระยะที่ 3 ประสบความสำเร็จ แม้ยังไม่เปิดเผยข้อมูลเชิงลึก นักวิจัยคาดอาจช่วยให้ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังบางส่วนหยุดการใช้ยาระยะยาวได้


การประกาศของบริษัท GSK เกี่ยวกับความสำเร็จของยา bepirovirsen หรือ “เบปี” ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 จำนวน 2 การศึกษา ได้สร้างความตื่นตัวในแวดวงการวิจัยโรคไวรัสตับอักเสบบีทั่วโลก แม้บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลตัวเลขอย่างเป็นทางการก็ตาม โดย GSK ระบุว่าเตรียมยื่นขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาทั่วโลกในเร็วๆ นี้


bepirovirsen อาจกลายเป็นยาตัวแรกที่ช่วยให้ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังมากกว่าจำนวนน้อย สามารถเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “การรักษาให้หายเชิงหน้าที่” (functional cure) ซึ่งหมายถึงการลดปริมาณไวรัสลงจนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมโรคได้เอง และผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรับประทานยาต้านไวรัสทุกวันตลอดชีวิต


ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังราว 300 ล้านคนทั่วโลก โรคนี้เป็นสาเหตุสำคัญของตับแข็ง มะเร็งตับ และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่นๆ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1 ล้านรายต่อปี การกำจัดไวรัสออกจากร่างกายโดยสิ้นเชิงยังเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากไวรัสสามารถแทรกสารพันธุกรรมเข้าไปในเซลล์มนุษย์ และมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า cccDNA ซึ่งยาที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถกำจัดได้โดยตรง


ยาต้านไวรัสที่ใช้อยู่ในปัจจุบันช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้ดี แต่มีผู้ป่วยไม่ถึงร้อยละ 1 ที่สามารถหยุดยาได้อย่างถาวร อีกทั้งการเข้าถึงยาดังกล่าวยังจำกัดในหลายประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง


bepirovirsen เป็นยากลุ่ม antisense oligonucleotide ฉีดสัปดาห์ละครั้ง ทำงานโดยเข้าไปยับยั้งการสร้างโปรตีนของไวรัสโดยตรง และอาจช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันด้วย ข้อมูลจากการทดลองระยะที่ 2b ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร The New England Journal of Medicine เมื่อปี 2022 พบว่า ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 10 ที่ใช้ยานี้ร่วมกับการรักษามาตรฐานมีปริมาณไวรัสต่ำจนตรวจไม่พบต่อเนื่องอย่างน้อย 24 สัปดาห์หลังหยุดยา และพบผลข้างเคียงรุนแรงในระดับต่ำ


แม้นักวิจัยจำนวนมากมองว่าผลการทดลองระยะที่ 3 เป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่า “การรักษาให้หายเชิงหน้าที่” อาจเป็นจริงได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อประเมินประสิทธิผล ความปลอดภัยระยะยาว และบทบาทของยานี้ในการรักษาร่วมกับยาตัวอื่นในอนาคต

 


ข้อมูลจาก :https://www.science.org/content/article/new-hepatitis-b-drug-could-help-functionally-cure-some-patients