เมื่อพูดถึง "มะเร็งตับ" คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบ หรือการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก แต่ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง ฮาร์วาร์ด (Harvard) ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า เครื่องดื่มใกล้ตัวที่เราดื่มกันแก้วต่อแก้ว อาจเป็นภัยเงียบที่ทำร้ายตับได้รุนแรงไม่แพ้กัน นั่นคือ "เครื่องดื่มรสหวาน" หรือน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูงนั่นเอง
วิจัยชี้! น้ำหวาน 1 แก้วต่อวัน = เร่งมะเร็งตับ
ผศ.ดร. ลองกัง จ้าว (Longgang Zhao) จากภาควิชาโภชนาการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้นำเสนอผลการศึกษาในงานประชุมวิชาการสมาคมโภชนาการแห่งอเมริกา ปี 2022 โดยระบุว่า การบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไป มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงมะเร็งตับที่เพิ่มสูงขึ้น
ทีมวิจัยได้ติดตามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างหญิงวัยหมดประจำเดือนในสหรัฐฯ กว่า 90,504 คน เป็นระยะเวลานานถึง 18 ปี ผลลัพธ์ที่ได้น่าตกใจมาก:
• ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มรสหวาน อย่างน้อยวันละ 1 แก้ว มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับสูงขึ้นถึง 78% เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มน้อยกว่า 3 แก้วต่อเดือน
• หากเจาะจงเฉพาะ น้ำอัดลม ความเสี่ยงจะอยู่ที่ประมาณ 73%
ทำไม "น้ำตาล" ถึงทำร้ายตับ?
หลายคนสงสัยว่ากินหวานทำไมไปลงที่ตับ? ทีมวิจัยอธิบายว่า ความเชื่อมโยงนี้เกิดจากผลกระทบทางอ้อมต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย:
1. กระตุ้นโรคร้าย: การกินน้ำตาลมากเกินไปนำไปสู่โรคอ้วนและเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งทั้ง 2 โรคนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งตับ
2. ภาวะดื้ออินซูลิน: น้ำตาลที่ล้นเกินจะก่อให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และทำให้เกิดการสะสมของไขมันในตับ (ไขมันพอกตับ)
3.ตับอักเสบเรื้อรัง: เมื่อตับมีไขมันเกาะและทำงานหนัก จะเกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นระยะก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นตับแข็งและเซลล์มะเร็งในที่สุด
ทางรอดง่ายๆ แค่เปลี่ยนแก้วในมือ
แม้ผลวิจัยนี้จะเป็นการศึกษาเชิงสังเกตการณ์ในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน แต่กลไกการเกิดโรคสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ผศ.ดร. จ้าวแนะนำว่า การลดเครื่องดื่มรสหวานคือวิธีป้องกันที่ง่ายและได้ผลที่สุด
ลองเปลี่ยนจากน้ำอัดลม ชานม หรือน้ำผลไม้กล่อง มาเป็น น้ำเปล่า ชาไม่ใส่น้ำตาล หรือกาแฟดำ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดภาระให้ตับ และลดความเสี่ยงโรคร้ายในอนาคตได้อย่างมหาศาล
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : https://www.sanook.com/news/9871846/
