ผลลัพธ์จาก OCEANIC-STROKE ซึ่งเป็นการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 การศึกษาแรกของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่ม Factor Xa inhibitors ที่เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ แสดงให้เห็นว่า asundexian มีประสิทธิภาพสูงสำหรับ secondary stroke prevention และปราศจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิด major bleeding ในคนไข้ noncardioembolic ischemic stroke หรือ transient ischemic attack ที่มีความเสี่ยงสูงของการเกิด recurrent stroke
ผลการศึกษาที่สมบูรณ์ของการศึกษาทางคลินิกที่มีชื่อว่า OCEANIC-STROKE ซึ่งเป็น global, pivotal Phase III, randomized, placebo-controlled, double-blind, parallel group and event-driven study ที่มุ่งประเมินประสิทธิภาพในการป้องกัน recurrent stroke และความปลอดภัยของ asundexian ขนาด 50 mg รับประทานเพียงวันละครั้ง เปรียบเทียบกับ placebo ในคนไข้ noncardioembolic ischemic stroke หรือ transient ischemic attack (TIA) ที่มีความเสี่ยงสูงของการเกิด recurrent stroke ได้รับการเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ New England Journal of Medicine (NEJM) ฉบับวันที่ 16 เมษายน 2569 (N Engl J Med 2026 Apr 16;394(15):1467-1479. doi: 10.1056/NEJMoa2513880) โดย OCEANIC-STROKE ถือเป็นการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 แบบ randomized controlled trial หรือ RCT การศึกษาแรกของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่ม Factor Xa inhibitors ที่เสร็จสิ้นลงอย่างสำเร็จและสมบูรณ์
OCEANIC-STROKE ซึ่งดำเนินการระหว่างเดือนมกราคม ปี 2566 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2568 โดยคณะนักวิจัยภายใต้การนำของนายแพทย์ Mukul Sharma (McMaster University, Population Health Research Institute, Hamilton Health Sciences, Hamilton, Ontario, Canada) เป็นการศึกษาทางคลินิกที่ทำในคนไข้ noncardioembolic ischemic stroke หรือ high-risk TIA อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวนรวมกันทั้งสิ้น 12,327 คนจาก 702 centers ใน 37 ประเทศทั่วโลก ด้วยการนำเอาคนไข้เหล่านี้ (72 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ; recent acute noncardioembolic ischemic stroke ด้วยคะแนน National Institutes of Health Stroke Scale หรือ NIHSS เท่ากับหรือน้อยกว่า 15 แต้ม ซึ่งบ่งบอกว่ามีอาการรุนแรงน้อยถึงปานกลาง, high-risk TIAคือมี ABCD2 clinical risk prediction score เท่ากับหรือมากกว่า 6 แต้ม) มาสุ่ม (1:1) ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งจำนวน 6,162 คนได้รับ asundexian ขนาด 50 mg รับประทานเพียงวันละครั้ง ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งจำนวน 6,165 คนได้รับ matching placebo เสริมเข้ากับ dual antiplatelet therapy (aspirin ร่วมกับยาต้านเกล็ดเลือดกลุ่ม P2Y12 inhibitors อีก 1 ตัว เช่น clopidogrel, ticagrelor หรือ prasugrel) หรือ single antiplatelet therapy (เช่น aspirin หรือ clopidogrel) แล้วติดตามคนไข้ไปเป็นเวลา 31 เดือน
ทั้ง 2 กลุ่มมี baseline characteristics สมดุลกัน ได้แก่ อายุเฉลี่ยของคนไข้อยู่ที่ 68 ปี, 24.9% ของคนไข้มีอายุมากกว่า 75 ปี, 33.3% เป็นคนไข้เพศหญิง, 94.7% เป็น ischemic stroke, 27.4% เป็น stroke ที่ได้รับการรักษา acute ischemic stroke ด้วย intravenous thrombolysis หรือด้วย endovascular therapy หรือด้วยทั้ง 2 อย่างที่กล่าวมา, stroke subtype ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ large artery atherosclerosis (42.8%) รองลงไปเป็น small vessel occlusion (22.6%) และ 29.9% เป็น stroke of undetermined cause และ 62.6% ของคนไข้มี plan ที่จะได้รับ dual antiplatelet therapy

OCEANIC-STROKE มี primary efficacy outcome อยู่ที่เกิดการ ischemic stroke ขณะที่ key secondary outcome ก็คือ composite of death from cardiovascular causes, myocardial infarction หรือ stroke ส่วน primary safety outcome เป็นเรื่องของ major bleeding ตามเกณฑ์ของ International Society on Thrombosis and Haemostasis (ISTH)
ผลการศึกษาในเรื่องของ primary efficacy outcome พบว่ามีอุบัติการณ์ของ ischemic stroke ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มที่ได้รับ asundexian ขนาด 50 mg รับประทานเพียงวันละครั้ง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ matching placebo กล่าวคือ 6.2% เทียบกับ 8.4% ตามลำดับ (cause-specific hazard ratio, 0.74; 95% confidence interval [CI], 0.65 to 0.84; P<0.001) ขณะที่ผลการศึกษาในเรื่อง key secondary outcome ก็พบว่ากลุ่มที่ได้รับ asundexian ขนาด 50 mg รับประทานเพียงวันละครั้ง มีอุบัติการณ์ของ composite of death from cardiovascular causes, myocardial infarction หรือ stroke ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ matching placebo กล่าวคือ 9.2% เทียบกับ 11.1% ตามลำดับ (cause specific hazard ratio, 0.83; 95% confidence interval, 0.74 to 0.92; P<0.001)

พร้อมกันนี้ยังพบว่ากลุ่มที่ได้รับ asundexian ขนาด 50 mg รับประทานเพียงวันละครั้ง มีความเสี่ยงของการเกิด ischemic stroke ภายใน 90 วันแรก ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ matching placebo แม้จะไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติก็ตามที กล่าวคือ 3.0% เทียบกับ 3.5% ตามลำดับ (cause specific hazard ratio, 0.84; 95% confidence interval, 0.69 to 1.02; P = 0.08)
ส่วนผลการศึกษาในเรื่องของ primary safety outcome พบว่ามีอุบัติการณ์ของ major bleeding ใกล้เคียงกันหรือไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือ 1.9% เทียบกับ 1.7% ตามลำดับ (cause-specific hazard ratio, 1.10; 95% CI, 0.85 to 1.44) ขณะที่ผลการศึกษาในเรื่อง adverse events พบว่ามีอุบัติการณ์ของ adverse events อยู่ที่ 69.3% สำหรับกลุ่มที่ได้รับ asundexian ขนาด 50 mg รับประทานเพียงวันละครั้ง เทียบกับ 70.1% ของกลุ่มที่ได้รับ matching placebo โดยกลุ่มที่ได้รับ asundexian มีอุบัติการณ์ของ serious adverse events อยู่ที่ 19.2% เทียบกับ 19.5% ของกลุ่มที่ได้รับ matching placebo

ดังนั้น คณะผู้วิจัยของ OCEANIC-STROKE trial จึงมีข้อสรุปว่าในหมู่คนไข้ noncardioembolic ischemic stroke หรือ high-risk TIA ที่ได้รับการรักษาอยู่แล้วด้วย antiplatelet therapy การให้คนไข้ได้รับ asundexian ขนาด 50 mg รับประทานเพียงวันละครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด recurrent ischemic stroke และ major cardiovascular events ได้ดีกว่า placebo โดยไม่ทำให้มีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิด major bleeding
นายแพทย์ Mukul Sharma กล่าวว่าผลลัพธ์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ของ OCEANIC-STROKE trial ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ New England Journal of Medicine ช่วยให้ประชาคมบุคลากรทางการแพทย์ผู้ให้การดูแลรักษาโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลกมีความรู้ความเข้าใจที่กระจ่างขึ้นเกี่ยวกับประโยชน์ทางคลินิกของ asundexian ที่มีต่อ secondary stroke prevention ในประชากรคนไข้ recent stroke หรือ high-risk TIA ที่มีความหลากหลายทั้งในเรื่องอายุ เพศ ยาต้านเกล็ดเลือดที่คนไข้มีแผนจะได้รับและรวมถึงชนิดของโรคหลอดเลือดสมองจากการจำแนกตามสาเหตุของการเกิดด้วยระบบ TOAST (Trial of ORG 10172 in Acute Stroke Treatment) ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบัน
แหล่งที่มาของข้อมูล : www.tctmd.com, www.neurologylive.com, www.nejm.org, www.bayer.com,www.acc.org, www.ajmc.com
