โรคชันนะตุ ภัยร้ายที่มาพร้อมอาการคันศีรษะและผมร่วง

ทำความรู้จักโรคชันนะตุ หรือเชื้อราบนหนังศีรษะที่ทำให้เกิดอาการคันและผมร่วง พร้อมวิธีป้องกันและรักษา เพื่อหยุดการลุกลามก่อนเกิดปัญหาผมร่วงถาวร


อาการคันศีรษะอย่างรุนแรงจนเกาไม่หยุด รวมถึงการมีสะเก็ดรังแคเกลื่อนเต็มศีรษะ นับเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “โรคชันนะตุ” หรือโรคเชื้อราบนหนังศีรษะที่สร้างปัญหาให้คนจำนวนไม่น้อย ทั้งนี้ โรคดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจลุกลามจนทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งในกรณีที่รุนแรงยังอาจนำไปสู่การเกิดภาวะผมร่วงถาวรได้


โรคชันนะตุ เชื้อราบนหนังศีรษะคืออะไร ?
โรคชันนะตุเป็นการติดเชื้อราในกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (Dermatophytes) ซึ่งเข้าทำลายบริเวณหนังศีรษะ โดยเชื้อชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีเคราติน ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม หนังศีรษะ เล็บ และผิวหนังชั้นนอก ทั้งนี้ การติดเชื้อมักเกิดจากการสัมผัสกับเชื้อราโดยตรง และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจลุกลามจนส่งผลเสียต่อเส้นผมและหนังศีรษะอย่างรุนแรงได้


สาเหตุของโรคชันนะตุบนหนังศีรษะ
โรคชันนะตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่
        • ติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes
เชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes คือเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีเคราติน โดยเฉพาะหนังศีรษะและเส้นผม เมื่อเชื้อราเหล่านี้เข้าสู่หนังศีรษะ จะทำลายเคราตินและก่อให้เกิดการอักเสบ
        • ความอับชื้นและเหงื่อสะสม
สภาวะที่หนังศีรษะเปียกชื้นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะจากเหงื่อหรือการล้างผมแล้วไม่เช็ดให้แห้งสนิท จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้เชื้อราเติบโตและแพร่กระจาย
        • สุขอนามัยที่ไม่ดี
พฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพหนังศีรษะ เช่น การไม่สระผมให้สะอาด การใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันรูขุมขน หรือการปล่อยให้หนังศีรษะสกปรกสะสม ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
        • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถต่อต้านการเติบโตของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โรคชันนะตุบนหนังศีรษะติดต่อได้อย่างไร ?
เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคชันนะตุสามารถแพร่กระจายได้หลายวิธี ดังนี้
        • การใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
เชื้อราสามารถแพร่กระจายผ่านการใช้ของร่วมกัน เช่น หวี หมวก ผ้าเช็ดตัว หมอน หรืออุปกรณ์ทำผมที่มีการปนเปื้อนเชื้อ
        • การสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อโดยตรง
การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสกับรังแคหรือเศษผมที่มีเชื้อรา สามารถนำไปสู่การติดเชื้อได้
        • การสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ
สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข แมว หรือกระต่าย ที่มีเชื้อราบนผิวหนัง สามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
        • การสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อรา
พื้นที่ที่มีความชื้นสูง อับลม หรือมีเชื้อราสะสม เช่น ห้องอาบน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ หรือยิม อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้เช่นกัน


อาการของโรคชันนะตุมีอะไรบ้าง ?
โรคชันนะตุมีอาการที่แตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยมีอาการหลักๆ ดังนี้
        • ผมร่วงเป็นหย่อม
ในบริเวณที่ติดเชื้อ เส้นผมจะเปราะบางและหลุดร่วงง่ายกว่าปกติ โดยมักเกิดเป็นรอยวงกลมอย่างชัดเจน และอาจขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการรักษา
        • อาการคันและระคายเคือง
หนังศีรษะจะมีอาการคันรุนแรง ทำให้ต้องเกาบ่อยครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อซ้ำซ้อนได้หากมีแผลจากการเกา
        • มีขุยคล้ายรังแค
ผิวหนังในบริเวณที่ติดเชื้อจะลอกเป็นขุยสีขาวคล้ายรังแค แต่มักหนาและเกาะเป็นแผ่นมากกว่า ซึ่งสามารถลุกลามขยายเป็นวงกว้างได้
        • เกิดแผลหนองและอักเสบบนหนังศีรษะ
ในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรง อาจพบการอักเสบ บวมแดง และมีหนอง ซึ่งต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน


ใครมีความเสี่ยงต่อโรคชันนะตุบ้าง ?
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ ได้แก่
        • เด็กเล็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะผู้ที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น โรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก
         • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคเอดส์ หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำให้ร่างกายมีความสามารถในการต่อต้านเชื้อโรคลดลง
        • ผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมอับชื้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสวมหมวกหรืออุปกรณ์ป้องกันศีรษะเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดความอับชื้นสะสม


วิธีรักษาชันนะตุบนศีรษะหรือหนังศีรษะ
การรักษาโรคชันนะตุมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยในระยะเริ่มต้น แพทย์มักแนะนำให้เริ่มจากการรักษาภายนอกก่อน ดังนี้
        • ใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของคีโตโคนาโซล (Ketoconazole)
สำหรับผู้ที่มีอาการในระยะเริ่มต้น ควรใช้ยาสระผมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยทิ้งไว้บนหนังศีรษะ 5-10 นาทีก่อนล้างออก และใช้ต่อเนื่องแม้อาการดีขึ้นแล้วเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
        • รับประทานยาต้านเชื้อรา
สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือการติดเชื้อลุกลาม จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อรับยาต้านเชื้อรา โดยต้องรับประทานตามกำหนดอย่างเคร่งครัดและมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา


วิธีป้องกันการเกิดชันนะตุบนหนังศีรษะ
เมื่อได้รับการรักษาแล้ว การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องก็นับเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
        • รักษาความสะอาดของร่างกายและสิ่งของ
ควรสระผมด้วยแชมพูที่เหมาะสมเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือเมื่อเหงื่อออกมาก พร้อมทั้งเช็ดผมให้แห้งสนิททุกครั้ง นอกจากนี้ ควรซักทำความสะอาดปลอกหมอนและผ้าเช็ดตัวด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ และเปลี่ยนใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อรา
        • แยกของใช้ส่วนตัวอย่างเคร่งครัด
มีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกโดยเฉพาะสำหรับของที่สัมผัสกับศีรษะ เช่น หวี แปรง หมวก และผ้าเช็ดตัว โดยควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้เป็นประจำ และระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องใช้บริการร้านเสริมสวยหรือร้านตัดผม และแม้แต่กับคนในครอบครัวเองก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน
        • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง รวมถึงจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
        • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงให้ได้มากที่สุด
ระวังการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการของโรค หลีกเลี่ยงการใช้หมวกหรือเครื่องประดับศีรษะที่ไม่ระบายอากาศ และที่สำคัญคือไม่ปล่อยให้หนังศีรษะเปียกชื้นเป็นเวลานาน เนื่องจากสภาวะเหล่านี้ล้วนเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

แม้ว่าโรคชันนะตุจะสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้องและทันท่วงที แต่ในบางกรณีที่ปล่อยให้อาการลุกลามจนรุนแรง อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบของรูขุมขนและนำไปสู่ภาวะผมร่วงถาวรได้

 


ข้อมูลอ้างอิง



  1. Tinea Capitis. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 จาก https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22449-tinea-capitis.

  2. Tinea capitis. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 จาก https://dermnetnz.org/topics/tinea-capitis.


ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล: https://www.bangkokhairclinic.co.th/blog/tinea-capitis/


ขอขอบคุณผู้เขียน   นพ. จิรายุ เจตชยานนท์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการปลูกผมเทคนิค DHI จบการศึกษาจาก University of Birmingham เรียนรู้เทคนิคการปลูกผมจาก Dr. Tayfun Oguzogluเจ้าแห่งการปลูกผมระดับโลกและได้รับความไว้วางใจจากคนไข้จำนวนมาก