งานวิจัยล่าสุดเผยการค้นพบโดยบังเอิญว่า “น้ำตาลจากดีเอ็นเอ” ในรูปแบบเจล สามารถกระตุ้นการงอกของเส้นขนในหนูทดลองได้อย่างชัดเจน จุดประกายความหวังต่อแนวทางใหม่ในการรักษาผมร่วงจากพันธุกรรม ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกจำกัดและยังมีผลข้างเคียง
ภาวะผมร่วงจากพันธุกรรม หรือ androgenic alopecia เป็นปัญหาที่พบได้ทั่วโลกในคนทุกเพศและทุกเชื้อชาติ โดยเมื่ออายุ 50 ปี ผู้ชายชาวเอเชียราวครึ่งหนึ่งและผู้ชายผิวขาวมากถึงร้อยละ 80 จะมีอาการผมบางอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้หญิงผิวขาวประมาณร้อยละ 40 แสดงอาการผมบางเมื่ออายุราว 70 ปี ภาวะดังกล่าวมีสาเหตุซับซ้อนจากพันธุกรรม ฮอร์โมน และกระบวนการชราภาพ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของเทสโทสเตอโรน โดย DHT จะจับกับตัวรับในรูขุมขน ทำให้รูขุมขนหดตัว วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมสั้นลง และการงอกของเส้นผมใหม่ล่าช้า จนนำไปสู่ผมบางและผมร่วงในที่สุด
ปัจจุบัน องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติยารักษาภาวะผมร่วงจากพันธุกรรมเพียง 2 ชนิด ได้แก่ ไมนอกซิดิล ซึ่งเป็นยาทาภายนอกช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ และไฟนาสเตอไรด์ ซึ่งยับยั้งการเปลี่ยนเทสโทสเตอโรนเป็น DHT อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 วิธีมีข้อจำกัด โดยไมนอกซิดิลอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ และในบางกรณีพบผลข้างเคียงต่อหัวใจ ขณะที่ไฟนาสเตอไรด์ใช้ได้เฉพาะในผู้ชายและมีความเสี่ยงต่อภาวะทางเพศและอารมณ์
ในปีค.ศ. 2024 นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ สหราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัย COMSATS ในปากีสถาน รายงานการค้นพบที่ไม่คาดคิดระหว่างการศึกษาการสมานแผลในหนูทดลอง โดยใช้สาร 2-deoxy-D-ribose (2dDR) ซึ่งเป็นน้ำตาลที่พบได้ตามธรรมชาติในดีเอ็นเอ นักวิจัยสังเกตเห็นว่า บริเวณที่ทาสารดังกล่าวมีการงอกของขนเร็วและหนาแน่นกว่าปกติ
จากการค้นพบโดยบังเอิญนี้ นักวิจัยตั้งคำถามว่า 2dDR อาจช่วยแก้ปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมนได้หรือไม่ จึงออกแบบการทดลองเพิ่มเติมในหนูที่ถูกกระตุ้นให้เกิดภาวะผมร่วงจากเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นแบบจำลองของผมร่วงจากพันธุกรรมในมนุษย์
ทีมวิจัยทาเจลที่มีส่วนผสมของ 2dDR บนผิวหนังหนูทุกวันเป็นเวลา 20 วัน และเปรียบเทียบผลกับกลุ่มที่ได้รับไมนอกซิดิล การใช้ร่วมกัน และเจลหลอก ผลการติดตามด้วยภาพถ่ายและการตรวจชิ้นเนื้อพบว่า เจล 2dDR สามารถกระตุ้นการงอกของขนได้อย่างชัดเจนใกล้เคียงกับไมนอกซิดิล
แม้ผลการศึกษานี้ยังอยู่ในระดับสัตว์ทดลอง แต่นักวิจัยมองว่า 2dDR อาจเป็นแนวทางใหม่ที่มีต้นทุนต่ำและผลข้างเคียงน้อย สำหรับการพัฒนาวิธีรักษาภาวะผมร่วงในมนุษย์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้จริง
ข้อมูลจาก : https://www.thebrighterside.news/post/hair-loss-breakthrough-sugar-gel-boosts-regrowth-by-90-percent/
