รมว.พัฒนา เผยมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเดินหน้าแนวทางดูแลสิทธิรักษาพยาบาลของกำลังพล ทหาร-ตำรวจ ทหารเกณฑ์และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะกรณีเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายสิทธิบัตรทองให้ครอบครัวทหารเกณฑ์สามารถใช้สิทธิรักษาที่ รพ.ของกองทัพได้ และจัดตั้ง “สิทธิบัตรทองเฉพาะกลุ่ม” สำหรับผู้บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญเรื่อง “การดูแลสวัสดิการรักษาพยาบาลของกำลังพล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหารเกณฑ์ และครอบครัว” ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะกรณีเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางเชิงนโยบายเพื่อให้กำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐกลุ่มดังกล่าว ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม พร้อมมีมติให้ดำเนินการทันทีเพื่อสร้างระบบการดูแลที่เป็นธรรม และเสริมขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ
ทั้งนี้ มติสำคัญจากที่ประชุม ดังนี้
1. ดูแลสิทธิรักษาพยาบาลของกำลังพล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหารเกณฑ์ที่บาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้บุคคลเหล่านี้ยังคงได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลเช่นเดิม แม้ออกจากราชการ โดยมี 2 แนวทางดำเนินการคือ ให้กรมบัญชีกลางพิจารณาจัดสิทธิสวัสดิการข้าราชการต่อเนื่องหากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ สปสช. จัดตั้ง “สิทธิบัตรทองเฉพาะกลุ่ม” สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดิม
2. ดูแลครอบครัวของทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ให้ครอบครัวที่ถือสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการสาธารณสุขที่สถานพยาบาลของกองทัพ เช่นเดียวกับบุตรที่เป็นทหารเกณฑ์ จนกว่าทหารจะปลดประจำการ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว
3. มอบหมายให้ สปสช. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมบัญชีกลาง เพื่อปรับปรุงทะเบียนสิทธิรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมและชัดเจน รวมถึงพิจารณาความเป็นไปได้ในการให้สิทธิสวัสดิการต่อเนื่องสำหรับครอบครัวกรณีทหารเกณฑ์เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ
4. หากไม่สามารถดำเนินการในระบบสวัสดิการข้าราชการได้ ให้ สปสช. เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการตามมาตรา 18 (14) ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการจัดตั้งสิทธิบัตรทองเฉพาะกลุ่มดังกล่าว พร้อมงบประมาณรองรับ
“การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่มีเจตนารมณ์ชัดเจนในการดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและครอบครัวของพวกเขา ผมขอย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. จะทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวได้รับการดูแลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ” นายพัฒนา กล่าว
