สปสช. ปรับการปล่อยโควตารายสัปดาห์ “หน่วยบริการนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่ร้านยา/คลินิกที่เข้าร่วม 30 บาทรักษาทุกที่” เป็น 2 ช่วงเวลา ตั้งแต่ 15 ม.ค.นี้ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่สะดวกมาใช้บริการช่วงเย็น หลังพบมีความต้องการสูงในบริการบางประเภท ส่วนคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ให้หน่วยบริการจองคิวล่วงหน้าแทนได้
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามการให้บริการ “หน่วยบริการนวัตกรรมรูปแบบใหม่” ทั้งในร้านยา-คลินิกเอกชนที่เข้าร่วม 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยระบบโควตา จองสิทธิ รับคิวอาร์โค้ด และสแกนใบหน้า ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2569 พบว่าโควตารายสัปดาห์ ที่เริ่มเปิดระบบตั้งแต่ 6 โมงเช้า หมดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากบริการบางประเภท เช่น ร้านยาคุณภาพ คลินิกเวชกรรม และคลินิกทันตกรรม มีความต้องการใช้บริการสูง ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สะดวกมาใช้บริการในช่วงเย็น สปสช.จะปรับการปล่อยโควตาจากเดิม 06.00 น. ครั้งเดียว เป็น 2 ช่วงเวลา (แบ่งสัดส่วนช่วงละ 50% คือ 06.00 น. และ 17.00 น.) เริ่มตั้งแต่วันนี้ (15 มกราคม 2569) เป็นต้นไป
ทพ.อรรถพร กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยบริการนวัตกรรมจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะร้านยาและคลินิกเอกชน มีช่วงเวลาให้บริการต่อเนื่องถึงช่วงเย็น ทำให้ประชาชนกลุ่มวัยทำงานมักเข้ารับบริการหลังเลิกงานเป็นหลัก ขณะที่การเปิดโควตาช่วงเช้าเพียงรอบเดียวทำให้โควตาหมดอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นวัน สปสช. จึงแบ่งการปล่อยโควตาออกเป็น 2 ช่วงเวลา เพื่อให้โควตาสอดคล้องกับเวลาเปิดให้บริการจริงของหน่วยบริการ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนที่ไม่สะดวกมาในช่วงเช้า เช่น ผู้ที่ทำงานประจำหรือมีภาระดูแลครอบครัวสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากขึ้น
ส่วนกรณีมีประชาชนบางส่วนร้องเรียนเข้ามาที่สายด่วน สปสช. 1330 ว่าไม่มีสมาร์ทโฟน แต่ต้องการรับบริการที่คลินิกทันตกรรม คลินิกการแพทย์แผนไทย และคลินิกกายภาพบำบัด แต่กังวลว่าโควตาจะหมด กรณีนี้ สปสช. อนุญาตให้หน่วยบริการเป็นผู้จองคิวแทนได้ โดยให้ประชาชนไปแจ้งความประสงค์ที่หน่วยบริการ จากนั้นหน่วยบริการจะทำการจองคิว รับ QR Code เพื่อใช้ยืนยันตัวตนให้ และนัดหมายให้มารับบริการภายในเวลาที่กำหนด โดย QR Code จะมีอายุการใช้งานภายใน 6 ชั่วโมง เช่นเดียวกับประชาชนที่ทำการจองคิวล่วงหน้าผ่าน LINE OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) ด้วยตัวเอง

