กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการ ทางการแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมุ่งเน้นการนำแนวทางการรักษาที่ทันสมัย นำความเชี่ยวชาญชั้นเลิศสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคระบบประสาท
นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคพาร์กินสันเป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ส่งผลให้ระดับ
สารสื่อประสาทโดปามีนลดลง ผู้ป่วยมักมีอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ทรงตัวลำบาก รวมถึง อาจพบความผิดปกติด้านความจำ อารมณ์ และการนอนหลับร่วมด้วย ปัจจุบันการรักษาโรคพาร์กินสัน
ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการและชะลอความรุนแรงของโรคด้วยการใช้ยากลุ่ม ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มหรือทดแทนสารโดปามีน รวมถึงการปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับระยะของโรคและสภาพผู้ป่วยรายบุคคล อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจประสบปัญหาการตอบสนองต่อยาไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้อาการของโรคกลับเป็นมากขึ้นเป็นช่วง ๆ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาด้วยแนวทางเฉพาะทางเพิ่มเติม เป็นนำความเชี่ยวชาญชั้นเลิศสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคระบบประสาท
นายแพทย์ดลสุข พงษ์นิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กล่าวว่า โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กรมการแพทย์ ได้นำการรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสันด้วยยาอะโปมอร์ฟีนชนิดฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (Apomorphine subcutaneous injection) มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มีการตอบสนองต่อยาไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะยาหมดฤทธิ์ก่อนกำหนด (wearing off) ซึ่งเทคนิคการรักษาดังกล่าวช่วยลดความผันผวนของอาการ ควบคุมอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ ทั้งนี้ การดูแลรักษาเป็นไปภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แพทย์อายุรกรรมประสาท พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด อันเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมการแพทย์ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
