เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ร่วมกับ สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย เผยข้อมูล “ภัยเงียบโรคไต” ในไทย เนื่องในวันไตโลก 2569

www.medi.co.th

โครงการ CheCKD Now ตอกย้ำบทบาทของการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรก ก้าวสำคัญสู่การลดภาระโรคไตเรื้อรังของระบบสาธารณสุขไทย

ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านสาธารณสุขจากโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยมากกว่า 8 ล้านคน[1] โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ถูกตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลาม (Stage 2 และ 3a)[2] สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจาก “ภัยเงียบ” ที่ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองกำลังเผชิญกับภาวะไตเสื่อม


เนื่องในโอกาส วันไตโลก (World Kidney Day) วันที่ 12 มีนาคม 2569 สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ได้เผยข้อมูลจากโครงการ CheCKD Now ซึ่งมุ่งส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคไตในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เพื่อเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดความเสี่ยงต่อภาวะไตวายรวมถึงโรคหัวใจในระยะยาว


การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังที่ล่าช้าเพียง 1 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตวายได้สูงถึง 63% และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (Major Adverse Cardiovascular Events: MACE) อีก 8%[3] ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรก โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคไตกว่า 3 เท่า[4]เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีภาวะความดันโลหิตสูง 


ผลการดำเนินงานจากโครงการ CheCKD Now โดยสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยสะท้อนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองโรคไตในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงพบว่าในกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน จากโรงพยาบาล 9 แห่ง พบว่ากว่า 45% ของกลุ่มตัวอย่างมีค่าโปรตีนอัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะ (microalbuminuria) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคไตโดยภาวะนี้พบได้มากในกลุ่มคนที่มีอายุเกิน 60 ปี และมีประวัติโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคอ้วน  โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจร่วมด้วย ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองเชิงรุกความผิดปกติของไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่โรคจะลุกลามจนส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพของผู้ป่วย


โรคไตเรื้อรังยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขระบุว่า ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี[5] โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการฟอกไตและการรักษาในโรงพยาบาล ดังนั้น การส่งเสริมการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงถือเป็นแนวทางสำคัญในการลดภาระของระบบสาธารณสุขในระยะยาว 


โครงการ CheCKD Now ซึ่งเริ่มต้นในปี 2568 เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด และสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผ่านการตรวจค่าโปรตีนอัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะ (Microalbuminuria) เพื่อประเมินสัญญาณเริ่มต้นของการเสื่อมของไต ทั้งนี้ โครงการได้ดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง และสนับสนุนการยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังภายใต้แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCD Service Plan) ของกระทรวงสาธารณสุข


[1] สธ.เผยคนไทยป่วยไตเรื้อรัง 8 ล้านคน ใช้ยาเกินปริมาณ เตรียมตั้งคลินิกชะลอไตเสื่อมแก้ปัญหา | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส
[2] HDC (Health Data Center) website. ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service plan สาขาไต. Accessed on 26 Jan 2026
[3] CKD, chronic kidney disease; CV, cardiovascular; HHF, hospitalization for heart failure; MACE, major adverse cardiovascular event; MI, myocardial infarction. Tangri N, et al. Adv Ther. 2023;40:2869–2885.
[4] CDC Website. Kidney Disease Surveillance System. Accessed 27 Jan 2026.
[5]ทำอย่างไรห่างไกล 'โรคไต' หลังพบผู้ป่วยไทยพุ่งกว่า 1.12 ล้านคน!


 

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อภิชาต สุคนธสรรพ์ นายกสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความท้าทายสำคัญของโรคไตเรื้อรังคือ ในระยะเริ่มต้นผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ ทำให้หลายรายได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคลุกลามแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตสูง การตรวจ Microalbuminuria จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยตรวจพบสัญญาณความเสื่อมของไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเปิดโอกาสให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาและดูแลผู้ป่วยเพื่อชะลอการดำเนินโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ”


พญ. ลัคนา กาญจนกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “โรคไม่ติดต่อเรื้อรังยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย การรับมือกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โครงการ ‘CheCKD Now’ สะท้อนความมุ่งมั่นของเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ในการทำงานร่วมกับภาควิชาการและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการตรวจคัดกรองโรคไตในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง และเสริมสร้างแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และช่วยลดภาระของโรคต่อระบบสาธารณสุข”


เนื่องในวันไตโลกปีนี้ สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยและบริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด จึงมุ่งหวังให้ข้อมูลจากโครงการ CheCKD Now ช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังในสังคมไทย และสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว


อย่างไรก็ตาม สำหรับ โครงการ CheCKD Now เป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย และ เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) เพื่อส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคไตในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง


การศึกษาภายใต้โครงการนี้ดำเนินการใน โรงพยาบาลรัฐ 9 แห่งทั่วประเทศ และเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยประมาณ 2,500 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง


ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาประมาณ 60% มีอายุมากกว่า 60 ปี ประมาณ 60% มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนร่วมด้วย และ พฤติกรรมสุขภาพที่พบได้บ่อย ได้แก่ การออกกำลังกายน้อย การบริโภคเกลือสูง และการรับประทานผักผลไม้น้อย แม้ว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาหลายรายสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ในระดับที่ดี แต่ผลการตรวจพบว่า ประมาณ 45% มีภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ในกลุ่มผู้ที่มีทั้ง ความดันโลหิตสูงและเบาหวานร่วมกัน อัตราการตรวจพบเพิ่มขึ้นถึง ประมาณ 60% และ ผลการศึกษาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ผู้ป่วยจะควบคุมความดันโลหิตได้แล้ว แต่ยังอาจมีความเสี่ยงของโรคไตซ่อนอยู่ และการตรวจคัดกรองด้วยการตรวจไมโครอัลบูมินสามารถช่วยค้นหาความเสี่ยงดังกล่าวได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น