“รมว.สธ.” ขับเคลื่อนนโยบายตรวจแล็บอย่างสมเหตุผล สู่ระบบสุขภาพที่ยั่งยืน เตรียมขยายผลโรงพยาบาลทั่วประเทศ

www.medi.co.th

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการสัมมนา RLU Policy Implementation การขับเคลื่อนนโยบายการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะผู้บริหาร วิทยากร และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 400 คน ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี


นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริการสุขภาพ ซึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ นับเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพ เนื่องจากผลตรวจแล็บมีบทบาทสำคัญต่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาของแพทย์ ผลตรวจที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว จะช่วยให้แพทย์สามารถยืนยันโรค ประเมินความรุนแรง และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่บทบาท ความก้าวหน้า และศักยภาพด้านการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล เปิดโอกาสให้บุคลากรในระบบสุขภาพและภาคีเครือข่ายได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมขอบคุณสำนักงานเขตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลทุกแห่ง ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุเป้าหมาย โดยเน้นการสั่งตรวจที่เหมาะสม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ เพื่อการคัดกรอง วินิจฉัย ติดตามผลการรักษา และพยากรณ์โรค โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมทั้งมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลการดำเนินงานไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน


ด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเสริมว่า ปี 2565 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัย สมาคมโรคที่เกี่ยวข้อง สภาเทคนิคการแพทย์ สมาคมเทคนิคการแพทย์ สภากาชาดไทย มหาวิทยาลัย รวมถึงสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล จัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU) โดยเริ่มต้นจาก 7 กลุ่มโรคที่พบมาก มีการส่งตรวจเยอะและมีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค NCDs
อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคติดเชื้อ ยังมีการตรวจไข้เลือดออก(เดงกี่) ปอดบวม วัณโรค และยังมีการตรวจสุขภาพประจำปี (Check-up) เพื่อให้โรงพยาบาลนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง และผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีโรงพยาบาลนำร่อง 23 แห่งใน 12 เขตสุขภาพนำแนวทาง RLU ไปใช้จนเกิดแนวปฏิบัติที่ดี ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ แล้วกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ


ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ได้ตั้งเป้าให้มีการดำเนินการ RLU ในปี 2569 ให้สามารถดำเนินการสั่งตรวจแล็บอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยไม่กระทบต่อคุณภาพการตรวจแล็บ ไม่กระทบต่อผู้ป่วย โดยใช้กลไกลหลักๆ คือ 1. RLU ไกด์ไลน์ และ RLU How To 2.ราคากลางหรือราคามาตรฐานแล็บ และ 3.การขับเคลื่อนบัญชีรายการตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกายที่จำเป็นแห่งชาติ (National Essential In-Vitro Diagnostic List: NEDL) ซึ่งองค์การอนามัยโลก ให้ความสำคัญเรื่องนี้
“โรงพยาบาลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ RLU สามารถสอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 02951 0000 ต่อ 99760, 99939 และในส่วนภูมิภาคที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแทพย์ 15 แห่งทั่วประเทศ หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.rluthailand.com ”