เมษายน เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งช่องปาก

www.medi.co.th


มะเร็งช่องปาก ภัยเงียบที่น่ากลัวและพบได้บ่อยในประเทศไทย มักตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว อย่าปล่อยให้ช่องปากกลายเป็นจุดเสี่ยง ควรใส่ใจหมั่นสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ


นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งช่องปาก เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยวันละ 9 คน หรือเฉลี่ยปีละ 3,217 คน มะเร็งช่องปากสามารถเกิดได้หลายตำแหน่ง เช่น ลิ้น เหงือก พื้นช่องปาก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และริมฝีปาก ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งช่องปาก ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเคี้ยวหมาก การใส่ฟันปลอมที่มีขนาดไม่พอดีกับช่องปาก และสุขอนามัยในช่องปากที่ไม่ดี


เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ในปัจจุบันพบว่ามะเร็งช่องปากและคอหอยบางส่วนมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ซึ่งพบเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในผู้ป่วยอายุน้อย อาการสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ เป็นแผลในช่องปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ มีก้อนในช่องปาก อาการเลือดออกผิดปกติ อาการเจ็บขณะกลืน หรือมีอาการชาหรือเจ็บบริเวณลิ้นและช่องปาก หากพบอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

 


แพทย์หญิงรจนา ญาณสมบูรณ์ แพทย์เฉพาะทางสาขาโสต ศอ นาสิก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจพบมะเร็งช่องปากในระยะเริ่มต้นมีโอกาสรักษาหายสูง และช่วยลดความรุนแรงของโรค
โดยแนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระยะที่ตรวจพบ อาจใช้การผ่าตัด การฉายรังสี หรือการให้ยาเคมีบำบัดร่วมกัน ซึ่งการดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งนี้ การป้องกันมะเร็งช่องปากสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมาก รักษาสุขอนามัยในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ และสามารถฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้ รวมถึงหมั่นสังเกตความผิดปกติในช่องปากของตนเอง


เนื่องใน เมษายน เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งช่องปาก จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น หากพบความผิดปกติในช่องปาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว 


หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการหาความรู้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ Line : NCI รู้สู้มะเร็ง