สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และเครือข่ายคนพิการรักสุขภาพ อาลัย “ธีรยุทธ สุคนธวิท” เสาหลักขับเคลื่อนสิทธิสุขภาพเพื่อคนพิการ

www.medi.co.th

สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และเครือข่ายคนพิการรักสุขภาพ อาลัย “ธีรยุทธ สุคนธวิท” เสาหลักสิทธิสุขภาพคนพิการของประเทศ ผู้ร่วมผลักดัน “ธรรมนูญสุขภาพ” สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพชองคนพิการและผลักดันประเด็นสุขภาพสู่แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการระดับชาติ ขับเคลื่อน “หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” และ “หน่วยบริการมาตรา 3 โดยเครือข่ายคนพิการ”  เปิดทางคนพิการเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม พร้อมเพื่อน ๆ เครือข่ายฯ ร่วมสานต่อภารกิจเพื่อสิทธิเท่าเทียม


น.ส.อรุณวดี ลิ้มอังกูร ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายการแพทย์ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และ ประธานฝ่ายการแพทย์ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจากไปของ นายธีรยุทธ สุคนธวิท หรือ “พี่เกตุ” ผู้นำการขับเคลื่อนงานภาคประชาชนและเครือข่ายคนพิการ รวมถึงการมีบทบาทสำคัญในกลไกการมีส่วนร่วมของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า การจากไปครั้งนี้นับเป็นการสูญเสีย “เสาหลัก” ของเครือข่ายคนพิการอีกครั้งหนึ่ง


“สำหรับพี่เกตุ สิ่งแรกที่นึกถึงคือความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นนักสู้ และเป็นผู้ให้” น.ส.อรุณวดี กล่าว พร้อมย้อนถึงช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานกันตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งในช่วงแรกอาจยังไม่เข้าใจแนวทางการทำงานของพี่เกตุที่เข้าไปมีบทบาทในหลายประเด็น แต่พี่เกตุมักย้ำเสมอว่า “แม้เราจะเป็นคนพิการ แต่เราก็เป็นประชาชนคนหนึ่งของประเทศ ไม่ว่าอยู่ในมุมใดของสังคมก็ล้วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ” เพราะคนพิการยังขาดโอกาสมีความเสี่ยงในการเข้าถึงบริการที่เหมาะสม การมีส่วนร่วมในเวทีภาคประชาชนจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้คนพิการเข้าถึงสิทธิได้อย่างรอบด้าน

น.ส.อรุณวดี กล่าวต่อว่า ตลอดชีวิตของพี่เกตุได้อุทิศให้กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในผลงานสำคัญคือการขับเคลื่อนเวทีสมัชชาสุขภาพ 4 ภาค เมื่อปี 2547 ซึ่งนำไปสู่ “ธรรมนูญสุขภาพ” และได้รับการรับรองโดยคณะรัฐมนตรีในปี 2553 ในประเด็นความเป็นธรรมด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนพิการ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการบูรณาการประเด็นสุขภาพคนพิการเข้าสู่แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับประเทศ


ขณะเดียวกัน ภายหลังการจัดตั้งระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” ในปี 2545 พี่เกตุยังเป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันให้คนพิการเข้าถึงระบบสุขภาพอย่างแท้จริง โดยร่วมจัดเวทีรับฟังปัญหาในทุกภูมิภาค รวบรวมข้อจำกัดและอุปสรรคของคนพิการ เพื่อนำไปสู่การผลักดันเชิงนโยบาย จนเกิดเป็นมติด้านสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพของคนพิการ รวมถึงการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและสื่อสารสิทธิให้คนพิการสามารถใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับบริการได้อย่างมั่นใจ

 อีกหนึ่งผลงานสำคัญ คือการขับเคลื่อน “การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ” ในปี 2561 ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นหนึ่งในรายการบริการภายใต้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีการพัฒนาทั้งรูปแบบบริการ การคำนวณต้นทุน (Unit cost) กระบวนการฝึกทักษะชีวิต รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรผู้ให้บริการ และผลักดันให้เกิดมาตรฐานองค์กรคนพิการ จนนำไปสู่การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการตามมาตรา 3 ได้สำเร็จ


“เมื่อมี Unit cost และสามารถขึ้นทะเบียนตามมาตรา 3 ได้ เราก็สามารถจัดบริการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระให้กับเพื่อนคนพิการได้จริง” ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายการแพทย์ฯ กล่าว


น.ส.อรุณวดี กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้พี่เกตุยังวางรากฐานสำคัญผ่านเวทีสมัชชาสุขภาพ ซึ่งทำให้คนพิการทั่วประเทศเกิดการตื่นตัว เข้าถึงข้อมูล และสามารถสะท้อนปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และยาที่จำเป็น สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ


ในระยะหลังยังได้ขับเคลื่อน “นักสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ” เพื่อส่งเสริมให้คนพิการหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น โดยสร้างแกนนำที่สามารถถ่ายทอดความรู้และดูแลเพื่อนคนพิการในชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาหน่วยบริการตามมาตรา 3 ให้เข้มแข็ง


น.ส.อรุณวดี กล่าวทิ้งท้ายว่า งานด้านสุขภาพของคนพิการยังต้องการการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนเครือข่ายคนพิการและผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมมีบทบาทในการขับเคลื่อน เพราะหากขาดตัวแทนของคนพิการในระดับนโยบายหรือในระดับพื้นที่ อาจทำให้ประเด็นสำคัญด้านสิทธิประโยชน์ของคนพิการถูกมองข้าม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนพิการในวงกว้างได้