“สระบุรีโมเดล” เชื่อมโรงพยาบาล-คลินิกกายภาพบำบัด ดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) ครบวงจร เร่งฟื้นฟูผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคในช่วงเวลาทอง “Golden Period” ลดแออัดโรงพยาบาลใหญ่ ชี้ผลลัพธ์ชัด ผู้ป่วยกว่า 70% กลับมาใช้ชีวิตได้เกือบปกติ
นพ.ศุภศิลป์ จำปานาค นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลสระบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสระบุรี นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำโดย นางสาวดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการ สปสช. และ นพ.สมชาติ สุจริตรังษี ผอ.สปสช. เขต 4 สระบุรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงาน “ศูนย์ประสานงานรับส่งต่อผู้ป่วย IMC” โรงพยาบาลสระบุรี และสุภาภรณ์คลินิกกายภาพบำบัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ในการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care: IMC) ที่เชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมบริการสุขภาพในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตเข้าถึงการฟื้นฟูในช่วงเวลาสำคัญ (Golden Period) และลดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่
นพ.ศุภศิลป์ จำปานาค นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลสระบุรี กล่าวว่า จังหวัดสระบุรีได้พัฒนาระบบดูแลผู้ป่วย IMC ครอบคลุม 4 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง การบาดเจ็บทางสมอง การบาดเจ็บไขสันหลัง และกระดูกสะโพกหัก โดยจัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูล Intermediate Care” ทำหน้าที่รวบรวม คัดกรอง และจัดทำทะเบียนผู้ป่วย ก่อนประสานส่งต่อเข้าสู่เครือข่ายบริการทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น โดยสุภาภรณ์คลินิกกายภาพบำบัดเป็นหนึ่งในเครือข่ายบริการ
พร้อมกันนี้ทางศูนย์ฯ ยังติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอด 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วง Golden Period ของการฟื้นฟู โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับบริการครบถ้วน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลลัพธ์การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีการเชื่อมต่อการดูแลตั้งแต่ระยะเฉียบพลันสู่ระยะฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
กภ.สุภาภรณ์ เทพพานิช ผู้ประกอบการ “สุภาภรณ์คลินิกกายภาพบำบัด” กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จคือการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เข้าถึงบริการฟื้นฟูได้ตั้งแต่ระยะแรก โดยทางคลินิกฯ มีการวางแผนบริการอย่างรวดเร็ว ใช้ระบบคัดกรองเพื่อเลือกวิธีฟื้นฟูที่เหมาะสม ทั้งการกระตุ้นไฟฟ้า การฝึกกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือของผู้ป่วยก็เป็นหัวใจสำคัญ เมื่อได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีความเชื่อมั่น จะช่วยให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการให้บริการกายภาพบำบัดถึงบ้านที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเพิ่มความต่อเนื่องของการรักษาให้ผู้ป่วยได้ เพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง
ด้าน นางสาวดวงนภา กล่าวว่า การพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายบริการ “คลินิกนวัตกรรม” ได้ช่วยลดข้อจำกัดของระบบบริการเดิม ทั้งด้านบุคลากร ภาระงาน และการเดินทางของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีความยากลำบากในการเดินทางและต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องในระยะเริ่มต้น ซึ่งด้วยระบบดังกล่าวส่งผลให้วันนี้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการฟื้นฟูฯ ได้สะดวกขึ้น และได้รับบริการตามมาตรฐานการฟื้นฟูฯ โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วง Golden Period ส่งผลลัพธ์ต่อผู้ป่วยดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยข้อมูลเชิงประจักษ์ของโรงพยาบาลสระบุรียังพบว่า ผู้ป่วยมากกว่า 70% สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติ
“จากที่ลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการต่างสะท้อนว่า ได้รับบริการกายภาพบำบัดถึงบ้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการเชื่อมโยงระบบบริการเพื่อดูแลผู้ป่วย IMC ของโรงพยาบาลสระบุรีและคลินิกนวัตกรรม ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังเป็นการช่วยลดข้อจำกัดการเดินทาง รวมถึงปัญหาและอุปสรรคการเข้ารับบริการที่ต่างจากในอดีต” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
นพ.สมชาติ กล่าวว่า สปสช. ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผู้ป่วยระยะกลางอย่างมากเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตและเป็น “พลังของสังคม” ได้อีกครั้ง โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล และงบประมาณผ่านกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการผู้ป่วยกลุ่มนี้ นอกจากนี้ สปสช. ยังประสานกับโรงพยาบาลและร่วมบูรณาการความร่วมมือกับคลินิกนวัตกรามด้านกายภาพบำบัด เพื่อมุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรในภาครัฐ และเพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานรับส่งต่อผู้ป่วย IMC โรงพยาบาลสระบุรี ที่เชื่อมโยงบริการร่วมกับเครือข่าย และคลินิกนวัตกรรมในพื้นที่ นับเป็นอีกผลสำเร็จที่มีประชาชนเป็นเป้าหมาย
หมายเหตุ : *บุคคลในข่าวและภาพได้ให้ความยินยอมในการให้สัมภาษณ์และบันทึกภาพเพื่อใช้ในการเผยแพร่แล้ว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
