เทศบาลตำบลท่าผ่า อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เดินหน้าสร้าง “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ครบทุกศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ จัดทำโครงการจัดซื้อ “เครื่องฟอกอากาศ” ภายใต้ “กปท.” มุ่งลดความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 สร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อ “เด็กปฐมวัย” ท่ามกลางสถานการณ์มลพิษอากาศรุนแรงพื้นที่ภาคเหนือ
จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เทศบาลตำบลท่าผ่า อำเภอแม่แจ่ม จึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการปกป้องสุขภาพเด็กเล็ก ผ่านโครงการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งในความรับผิดชอบ

ล่าสุด ในปีงบประมาณ 2569 เทศบาลตำบลท่าผ่า ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก “กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น” (กปท.) เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศเพิ่มเติม พร้อมวางระบบดูแลคุณภาพอากาศภายในห้องเรียน โดยตั้งเป้าลดระดับฝุ่น PM2.5 ภายในห้องเรียนอย่างน้อยร้อยละ 30 ควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานการทำความสะอาด (SOP) เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น

นางสาวนงนุช แก้วบุตร ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าผ่า เปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอแม่แจ่มมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้เมื่อเกิดไฟป่าหรือหมอกควัน ฝุ่นไม่สามารถกระจายตัวได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการสะสมในพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่ค่าฝุ่นสูงอย่างต่อเนื่อง
“แม้ผลกระทบระยะสั้นอาจยังไม่ชัดเจน แต่ในระยะยาวถือว่าน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ร่างกายยังไม่แข็งแรง เราจึงต้องเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กๆ ได้รับอากาศที่สะอาดอย่างน้อยในช่วงเวลาที่อยู่ในโรงเรียน” ผอ.กองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าผ่า กล่าว
นางสาวนงนุช กล่าวว่า สำหรับเทศบาลตำบลท่าผ่า มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 5 แห่ง ดูแลเด็กๆ รวม 110 คน มีครู 14 คน ปัจจุบันได้ดำเนินโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นครบทุกแห่งแล้ว ซึ่งได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2567 โดยการได้รับเครื่องฟอกอากาศแบบ DIY จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อมาในปี 2568 เทศบาลฯ ได้ปรับปรุงอาคารและติดตั้งเครื่องปรับอากาศครบทุกศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและทุกห้องเรียนทั้ง 13 ห้อง เพื่อกันฝุ่นจากภายนอกไม่ให้เข้ามา และในปี 2569 นี้ ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องฟอกอากาศเพิ่มเติม จากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น (กปท.) ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาล กับ สปสช. ทำให้ตอนนี้ เรามีเครื่องฟอกอากาศในการรับมือฝุ่นพิษอย่างครบถ้วน

ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียน โดยงดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด เป็นการทำกิจกรรมภายในห้องเรียนเท่านั้น เพื่อให้เด็กๆ เวลาอยู่ที่โรงเรียนปลอดภัยจากฝุ่น เพื่อช่วยลดผลกระทบทางสุขภาพ
สำหรับในส่วนเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองนั้น ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าผ่า กล่าวว่า ต่างรู้สึกยินดีและอุ่นใจที่โรงเรียนมีเครื่องฟอกอากาศให้แก่บุตรหลาน แม้เด็กๆ จะใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนเพียงวันละ 6-7 ชั่วโมง และใช้เวลาส่วนใหญ่ที่บ้าน ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ แต่ในฐานะผู้ดูแลเราถือว่าอย่างน้อยที่สุดเราก็ได้สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีอากาศบริสุทธิ์ให้แก่เด็กๆ ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเรา แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะเพิ่งเริ่มใช้งานและอาจยังไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพที่ชัดเจนในทันที แต่เรามั่นใจว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ มีสุขภาวะที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ปกติเทศบาลฯ จะได้รับสนับสนุนงบประมาณผ่าน กปท. จาก สปสช. เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ จะเน้นไปที่การตรวจสุขภาพฟัน การป้องกันโรคติดต่อ และการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ด้วยที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ และจำเป็นต้องจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง จึงได้ปรึกษากองสาธารณสุขและท่านนายกเทศมนตรี เพื่อหาแนวทางขอรับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติม แทนที่จะให้เทศบาลแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด เราจึงเสนอจัดทำโครงการเพื่อขอรับงบประมาณจาก กปท. มาเพิ่มเติม ซึ่งทางคณะกรรมการระดับตำบลต่างเห็นชอบด้วย ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรค

นางสาวนงนุช กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณสุข โดยผู้บริหารเทศบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการทรัพยากรและการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภายนอก เพื่อลดภาระงบประมาณของท้องถิ่นและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน เรายังพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้และให้คำปรึกษาแก่กองการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ผ่านเครือข่ายที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดการขยายผลโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นในพื้นที่อื่นๆ และร่วมกันยกระดับการดูแลสุขภาพเด็กเล็กอย่างเป็นระบบ
“ในอนาคตเทศบาลตำบลท่าผ่าพร้อมพัฒนาสู่ต้นแบบการขับเคลื่อนในระดับอำเภอ โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้พื้นที่ใกล้เคียงรับทราบสิทธิและช่องทางการเข้าถึงงบประมาณจากกองทุน กปท. เพราะหากดำเนินการเพียงตำบลเดียว ประโยชน์จะจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ แต่เป้าหมายของเราคือการสร้างความร่วมมือในภาพรวมทั้งอำเภอ เพื่อพัฒนาเครือข่ายที่เข้มแข็งในการดูแลสุขภาพเด็กเล็ก ขณะเดียวกันยังมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยคณะครูร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำการรายงานและวิเคราะห์ค่าคุณภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน เพื่อนำข้อมูลมาประเมินและปรับปรุงการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” ผอ.กองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าผ่า กล่าวทิ้งท้าย

