ศิริราช-กาญจนา มหาวิทยาลัยมหิดล เข้มแผนรับมือภัยพิบัติ ยกระดับชุมชนสุขภาวะยั่งยืน

www.medi.co.th

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580  ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการในภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับงานด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อการบรรลุเป้าหมายสู่การเป็นประเทศที่มีความมั่นคงและปลอดภัย โดยประเทศไทยเป็น 1 ใน 194 ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วม กฎอนามัยระหว่างประเทศ แห่งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ซึ่งมีขอบเขตครอบคลุมภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพ ตั้งแต่ปี พ.ศ.  2548 เป็นต้นมา


นายแพทย์ตะวัน อินทิยนราวุธ รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (ศิริราช-กาญจนา) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ได้มีการจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องภายใต้สภาวะวิกฤติ (Business Continuity Plan : BCP) ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้รับบริการ


โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการลดระดับความเสี่ยงเพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งทางธรรมชาติ เช่น โรคระบาด อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ภัยจากอุบัติเหตุ เช่น สารเคมีรั่วไหล ตลอดจนภัยจากน้ำมือมนุษย์ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ ฯลฯ ยังให้ความสำคัญต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านระบบสาธารณูปโภค


ตลอดจนได้มีการคำนวณการใช้น้ำที่ทางศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกสำรองไว้ใช้ตามแผน BCP ในภาวะปกติสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องประมาณ 4 วัน แต่หากมีการชะลอการให้บริการลงเพียงครึ่งเดียว จะสามารถใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤติประมาณ 1 สัปดาห์ เช่นเดียวกับการใช้ไฟฟ้าซึ่งมีเครื่องสำรองไฟที่พร้อมเสมอเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังได้มีการออกแบบแผนซ้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายระดับ ทั้งการแบ่งพื้นที่ซ้อมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย และการซ้อมแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการเคลื่อนย้ายอพยพผู้ป่วย โดยได้มีการประกาศล่วงหน้า และเปิดโอกาสให้ญาติผู้ป่วยที่สนใจเข้าร่วมได้ตามความสมัครใจ ตลอดจนการเตรียมให้คำปรึกษาทางไกลทางการแพทย์ (Telemedicine) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินต่อไป


รวมทั้งได้มีการซ้อมแผนเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉินทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อขัอมูลทางการแพทย์ของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก โดยได้มีการสำรองข้อมูลและฝึกใช้ระบบเอกสารแบบจัดการเองโดยผู้ปฏิบัติการทดแทน ตลอดจนได้มีการกำหนดระยะเวลาตอบสนองแต่ละบริการที่สำคัญของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกอีกด้วย


ในเบื้องต้น ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการฯ ได้มีการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ นอกจากส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งมีสถานพยาบาลรองรับการเรียนการสอนทางการแพทย์ และให้บริการประชาชน ซึ่งได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดึ และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน แล้ว


ยังได้มีความมือกับ โรงพยาบาลพุทธมณฑล และจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการเรียนรู้ด้านการรับมือกับภัยพิบัติร่วมกับกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนให้บริการกลางของมหาวิทยาลัยมหิดล


ตลอดจนในระดับส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้แก่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ และสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และสถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล พร้อมขยายผลสู่ บัณฑิตวิทยาลัย ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ และส่วนงานอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลในวิทยาเขตศาลายา บางกอกน้อย และพญาไท รวมทั้งจนเพิ่มระดับความร่วมมือกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ให้เกิดการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสู่ความยั่งยืนต่อไป


ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่https://mahidol.ac.th


Cr : ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล


สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิตินวตาร ดิถีการุณ นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ)


โครงการงานประชาสัมพันธ์ภายใน / พันธกิจพิเศษ งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6208