วันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 คะตะลิสต์เชิญชวนคนไทย "เลือกไข่ เปลี่ยนโลก" เชื่อมระบบอาหารยั่งยืน รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

www.medi.co.th

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด (CATALYST) วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่มุ่งเป็น Business Solution บูรณาการสู่สุขภาวะที่ดีในระบบอาหารและสุขภาพ ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืน ผ่านการเลือกบริโภคไข่ไก่จากฟาร์มเลี้ยงแบบไม่ขังกรง (Cage-Free Egg) ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านสุขภาพ สวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อมเนื่องจากระบบอาหารมีสัดส่วนมากถึง 1 ใน 3 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก (รวมถึงภาคเกษตรและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน) การแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคอุตสาหกรรมหรือภาครัฐเท่านั้น แต่สัมพันธ์โดยตรงกับ "อาหารที่เราเลือกกินในชีวิตประจำวัน"


ระบบอาหารกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ: ภาพที่ใหญ่กว่าที่คิด


งานวิจัยระดับสากลชี้ว่า "ระบบอาหาร" ทั่วโลกมีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราวหนึ่งในสาม (ประมาณ 33%) ของการปล่อยก๊าซทั้งหมดของมนุษย์ ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูก อาหารสัตว์ การจัดการมูล การแปรรูป จนถึงการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะ ภาคปศุสัตว์ เพียงอย่างเดียวคิดเป็นสัดส่วนราว 12% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก (ข้อมูล FAO และ UNIDO)


เมื่อเปรียบเทียบในบรรดาแหล่งโปรตีนจากสัตว์ทั้งหมด ไข่ไก่จัดเป็นโปรตีนที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับเนื้อแดงและนม:


























แหล่งโปรตีน



คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (ต่อ 1 กก.)



ระดับ



เนื้อวัว



~60 กก. CO₂e



สูงมาก



เนื้อไก่ / เนื้อหมู



~6–7 กก. CO₂e



ปานกลาง



ไข่ไก่



ต่ำกว่า 4 กก. CO₂e (ราว 1.6 กก. CO₂e)



ต่ำ กลุ่มสีเขียว


คนไทยกับไข่: ตัวเลขที่สะท้อนโอกาส


ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2568) ระบุว่าคนไทยบริโภคไข่ไก่เฉลี่ย 236 ฟอง/คน/ปี ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น (323 ฟอง) และฮ่องกง (432 ฟอง) โดยกรมอนามัยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 300 ฟอง/คน/ปี เมื่อคำนวณตามประชากรราว 69 ล้านคน เท่ากับการบริโภคไข่ราว 15,000–16,000 ล้านฟองต่อปี หรือวันละประมาณ 45 ล้านฟอง ตัวเลขมหาศาลนี้สะท้อนว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคเพียงเล็กน้อยก็สร้างแรงกระเพื่อมในตลาดได้มหาศาล


"ไข่หนึ่งฟองอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อรวมกันเป็นหลายร้อยล้านฟองต่อปี พลังผู้บริโภคสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ หากคนไทยเลือกทานไข่ไก่ไร้กรงเพียงคนละหนึ่งฟองต่อเดือน จะเป็นจำนวนไข่เกือบ 800 ล้านฟองต่อปีเลยทีเดียว ตัวเลขนี้สะท้อนว่า พฤติกรรมการเลือกซื้อไข่ของผู้บริโภคไทยมีศักยภาพส่งสัญญาณต่อผู้ผลิตและตลาดอย่างมหาศาล" นายพรชัยศรีสุนทรไทรองผู้อำนวยการบริษัทคะตะลิสต์จำกัด วิสาหกิจเพื่อสังคม กล่าวต่อว่า “นอกจากผู้บริโภคจะได้เลือกไข่ที่มีคุณค่าต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ประเทศไทยยกระดับจาก "ผู้ผลิตอาหารต้นทุนต่ำ" สู่ "ผู้ผลิตอาหารคุณภาพสูงที่ยั่งยืน" ที่ตลาดโลกให้การยอมรับ”


 


3 มิติที่ไข่ไก้ไร้กรง Happy Egg ช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ประเทศไทย


•  สวัสดิภาพสัตว์และคุณภาพฟาร์ม: ระบบ Cage-Free มักมาพร้อมมาตรฐานการเลี้ยงที่ใส่ใจสัตว์และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการมูลสัตว์อย่างมีระบบ ลดการปล่อยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์


•  ความโปร่งใส (Traceability): ผู้บริโภคตรวจสอบที่มาที่ไปของไข่ได้ชัดเจน ส่งเสริมความเชื่อมั่นในความปลอดภัยอาหาร


•  ส่งสัญญาณตลาด (Market Signal): เมื่อผู้บริโภคตอบรับไข่คุณภาพสูง ผู้ผลิตจะมีแรงจูงใจลงทุนยกระดับฟาร์มและพัฒนาระบบปศุสัตว์ในระยะยาว


 

 


 


5 ปีHappy Egg: สร้างระบบนิเวศที่พร้อมเปลี่ยนผ่าน


ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการ Happy Egg ของคะตะลิสต์ทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายวิชาการนานาชาติ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Cage-Free อย่างเป็นรูปธรรม:


•  ไก่ไข่กว่า 1,057,500 ตัว ได้รับพันธสัญญาเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปลอดกรง จากฟาร์มชั้นนำทั่วประเทศ


•  ไข่ไร้กรงที่ผ่านมาตรฐานHappy Egg กว่า 10.9 ล้านฟอง/ปี วางจำหน่ายผ่านเครือข่ายโรงแรม โรงพยาบาลโรงงานผลิตขนมและอาหารสำเร็จรูปและร้านอาหารทั่วประเทศกว่า 366 แห่ง


•  กรมปศุสัตว์นำมาตรฐานGood Life Framework พัฒนาร่วมกับ University College Dublin และ University of Bristol สหราชอาณาจักร ไปอบรมฟาร์มกว่า 98 แห่งใน 16 จังหวัด


 


ความท้าทายใหม่กระตุ้นตลาดไข่ไร้กรงเพื่อคนไทย


ปีนี้โครงการ Happy Egg ตั้งเป้าขยายการเข้าถึงไข่ปลอดกรงในตลาดไทยให้มากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพทั้งอาหารและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เราไม่ได้บอกว่าการกินไข่ไร้กรงจะหยุดโลกร้อนได้ในวันเดียว แต่เราเชื่อว่ามันคือก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารทั้งระบบ ที่จะนำไปสู่การผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยก๊าซน้อยลงในระยะยาว


"เป้าหมายสูงสุดของเราคือการผลักดันให้ไทยเป็นSmart Food Hub ศูนย์กลางอาหารคุณภาพของภูมิภาคที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมสร้างมาตรฐานระบบอาหารที่ดี เริ่มต้นได้จากไข่ไก่ไร้กรงหนึ่งฟองที่เราเลือก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก คะตะลิสต์ วิสาหกิจเพื่อสังคม ใคร่ขอเชิญชวนผู้บริโภคชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อน เปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารยั่งยืนโดยการเลือกบริโภคไข่ไก่ไร้กรง และในขณะเดียวกันนี้ คะตะลิสต์เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม การดำเนินการขับเคลื่อนสู่ระบบการเลี้ยงไก่ไร้กรงให้กับฟาร์มต่าง ๆ ใน"Happy Egg Connect" ที่ได้เป็นตัวกลางเครือข่ายการค้าไข่ไร้กรงที่มีคุณภาพและเชื่อมผู้ผลิต Cage-Free กับโรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล และผู้บริโภคกลุ่มเป้าสามารถได้ connect กันได้ รายละเอียดจะประกาศอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ ติดตามข้อมูลและผู้จำหน่ายได้ที่ www.catalystintercorp.com และ @catalystintercorp"