มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานบรรยายเชิงวิชาการและงานแถลงข่าวความร่วมมือ “The Future of Autologous Fibroblast Cell Therapy” ณ อาคารมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) และแสดงศักยภาพของผลงานวิจัยไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมประกาศความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและบริษัท เซลแทค จำกัด ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเซลล์ออโตโลกัสไฟโบรบลาสต์ Gen II (Autologous Fibroblast Gen II) สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และเปิดตัวตราผลิตภัณฑ์และเครื่องหมายการค้า “SiRiGevity” อย่างเป็นทางการ
ภายในงานช่วงเช้า ได้มีการบรรยายเชิงวิชาการหัวข้อ “The Future of Autologous Fibroblast Cell Therapy: Scientific Advancement and Clinical Translation” โดย ศาสตราจารย์ ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา และศาสตราจารย์ ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้ถ่ายทอดพัฒนาการของเทคโนโลยีเซลล์ออโตโลกัส ไฟโบรบลาสต์ ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐาน การพัฒนาเทคโนโลยี การประยุกต์ใช้ทางคลินิก ตลอดจนแนวโน้ม ของ Regenerative Medicine และ Personalized Medicine ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในระดับโลก

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยี และนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ผ่านกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินศักยภาพเทคโนโลยี การพัฒนาโมเดลธุรกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง
นอกจากนี้ iNT ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขยายผลเชิงพาณิชย์ของเทคโนโลยี Fibroblast Gen II ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการคัดเลือกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และตัวแทนจำหน่าย (licensing trademark SiRiGevity) ที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมผลักดันการเข้าถึงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ SiRiGevity สู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยในระดับสากล

ในช่วงบ่าย ได้มีการจัดงานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและบริษัท เซลแทค จำกัด โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดงานว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมสู่การสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม โดยเชื่อว่างานวิจัยที่ดีต้องสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชนได้จริง การพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์ไฟโบรบลาสต์ออโตโลกัส Gen II จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยพื้นฐานสู่การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์ในระบบสุขภาพ ผ่านความร่วมมือระหว่างนักวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน
ภายในงานได้มีพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยีเซลล์ออโตโลกัสไฟโบรบลาสต์ Gen II ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและบริษัท เซลแทค จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การถ่ายทอดเทคโนโลยีในระยะ Gen I จนสู่การพัฒนา Gen II ในปัจจุบัน ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยไทยในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง และเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมในการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม
ภายหลังพิธีลงนาม ได้มีการจัด Executive Panel Discussion ภายใต้หัวข้อ “The Future of Autologous Fibroblast Cell Therapy” โดยมีผู้แทนจากภาคการแพทย์ ภาคการวิจัย และภาคอุตสาหกรรมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ Regenerative Medicine การแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) และโอกาสของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ฟื้นฟูของภูมิภาค

รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พัฒนา เต็งอำนวย ผู้บริหาร บริษัท เซลแทค จำกัด กล่าวว่า
“การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการนำเทคโนโลยี Fibroblast Gen II จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง โดย CELTAC มีเป้าหมายในการพัฒนาระบบการผลิตและการให้บริการตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาลและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีด้าน Regenerative Medicine ได้มากยิ่งขึ้น”
“ในระยะยาว เรามุ่งหวังให้ SiRiGevity เติบโตเป็นแบรนด์นวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค และเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการต่อยอดผลงานวิจัยไทยสู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน”
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา กล่าวว่า
“จุดเริ่มต้นของการวิจัยเทคโนโลยีเซลล์ออโตโลกัสไฟโบรบลาสต์เกิดจากความต้องการที่จะพัฒนาแนวทางการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านชีววิทยาของเซลล์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำเซลล์ของผู้ป่วยเองกลับมาใช้เพื่อส่งเสริมกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูของร่างกาย”
“การพัฒนา Fibroblast Gen II ไม่เพียงสะท้อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต”
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวตราผลิตภัณฑ์และเครื่องหมายการค้า “SiRiGevity” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากผลงานวิจัยสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน
พร้อมสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในระดับสากล
ภายในงาน มหาวิทยาลัยมหิดลและบริษัท เซลแทค จำกัด ยังได้ประกาศเปิดรับความสนใจจากโรงพยาบาล บริษัทด้านสุขภาพ ผู้ให้บริการทางการแพทย์ และพันธมิตรเชิงพาณิชย์จากต่างประเทศ ที่สนใจร่วมเป็น Strategic Partner หรือ licensing trademark SiRiGevity เพื่อร่วมขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี Fibroblast Gen II และผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ SiRiGevity สู่ตลาดระดับภูมิภาคและระดับสากลในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการนำผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม ผ่านกระบวนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม อุตสาหกรรมการแพทย์แห่งอนาคต และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน
