โรคซับซ้อน โรคหายาก โรคทางพันธุกรรม และภาวะเจ็บป่วยที่ต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจมีค่ายา เวชภัณฑ์ การตรวจพิเศษ หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์บางส่วนที่อยู่นอกเหนือความคุ้มครองของสิทธิการรักษา นับตั้งแต่ก่อตั้ง มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้รับน้ำใจจากผู้บริจาคมาอย่างต่อเนื่องผ่านการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโครงการผู้ป่วยยากไร้ และในปีที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็น “สะพานบุญ” ส่งต่อเงินช่วยเหลือกว่า 105.3 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยกว่า 4,700 ราย โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อพิจารณาความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจากสถานสงเคราะห์ ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ประสบภัยพิบัติ และผู้ที่แม้มีสิทธิการรักษา แต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่สิทธิไม่ครอบคลุม

เนื่องจากมีความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของโรคและค่าใช้จ่ายในการรักษา ในปีนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงเปิดโครงการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้เพิ่มเติมอีก 6 โครงการ เพื่อขยายความช่วยเหลือให้ตรงกับความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละกลุ่มมากขึ้น ควบคู่กับโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้เดิมที่ยังคงระดมทุนอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งช่วยเหลือผู้ป่วยโรงพยาบาลรามาธิบดีทุกกลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิการรักษา ทั้งผู้ป่วยจากสถานสงเคราะห์ ผู้ป่วยจิตเวช ภิกษุอาพาธและแม่ชี ผู้ป่วยเร่ร่อน ผู้ป่วยต่างด้าว ผู้ป่วยจากเหตุการณ์หรือภัยพิบัติ รวมถึงผู้ป่วยที่มีสิทธิการรักษาแต่ยังมีค่าใช้จ่ายเกินกว่าสิทธิครอบคลุม นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือด้านจิตใจ ครอบครัว สังคม และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวก้าวผ่านวิกฤตของชีวิตได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง สำหรับ 6 โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ใหม่ที่เปิดรับบริจาค ได้แก่
- 1. โครงการผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้
กลุ่มโรคผู้ป่วยในเด็กที่ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ให้ความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มในการต้องการเงินสนับสนุนมากขึ้น ได้แก่ โรคแพ้ภูมิตนเองในเด็ก พบในกลุ่มผู้ป่วยอายุ 5–18 ปี โรคพันธุกรรมหายาก พบได้ตั้งแต่แรกเกิด – 18 ปี รวมถึงสมาชิกครอบครัวที่มีความเสี่ยงบางกรณี โรค Atypical Hemolytic Uremic Syndrome (aHUS) เป็นหนึ่งในโรคหายากที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมของระบบภูมิคุ้มกัน โรคชนิดนี้มักเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุน้อยกว่า 5 ปี หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด ไตวายเรื้อรังหรือเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 50–70 เด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตสามารถมีโอกาสรอดชีวิต และกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
- 2. โครงการผู้ป่วยยากไร้ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์
การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สามารถรักษาได้หลายโรค เช่น โรคในระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบทางเดินอาหาร ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถควบคุมการผ่าตัด เลาะเนื้อร้าย และเย็บแผลในจุดที่ยากลำบากและมีขนาดเล็กมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และ มีความแม่นยำสูงสุดในระดับมิลลิเมตร ตอบโจทย์การรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคที่มีความรุนแรงและซับซ้อนสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยภาวะโรคอ้วน และผู้ป่วยสูงวัยที่มีโรคประจำตัวซับซ้อน ซึ่งการผ่าตัดแบบเดิมทำได้ยากหรือมีความเสี่ยงสูงเกินไป แต่ด้วยสิทธิที่ยังไม่ครอบคลุมผู้ป่วยต้องรับภาระค่าอุปกรณ์เฉพาะทางส่วนเกินเฉลี่ยกว่าหลักแสนต่อราย
- 3. โครงการผู้ป่วยยากไร้โรคหัวใจ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคหัวใจผ่านสายสวนของประเทศ ระหว่างให้การรักษาผู้ป่วยกลับพบว่าอุปสรรคสำคัญ ไม่ใช่ข้อจำกัดทางการแพทย์ แต่คือค่าใช้จ่ายที่สูง แม้ว่าผู้ป่วยจะมีสิทธิการรักษาภาครัฐ แต่อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการรักษาโรคหัวใจขั้นสูง เช่น ลิ้นหัวใจเทียมชนิดเนื้อเยื่อ อุปกรณ์ซ่อมลิ้นหัวใจผ่านสายสวน และเวชภัณฑ์เฉพาะทาง ยังไม่ครอบคลุมในหลายกรณี ทำให้ผู้ป่วยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนต่างประมาณ 600,000–1,500,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและอุปกรณ์ที่ใช้รักษา โครงการนี้ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วย 100 รายต่อปี ประกอบด้วย โรคลิ้นหัวใจ
เอออร์ติกตีบ 40 รายต่อปี โรคลิ้นหัวใจไมทรัลรั่วและไตรคัสปิดรั่ว 40 รายต่อปี และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 20 รายต่อปี ค่ารักษาประมาณ 600,000–1,500,000 บาทต่อราย

- 1. โครงการผู้ป่วยยากไร้โรคแพ้ภูมิ
ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเอง เช่น โรคเอสแอลอี โรคหนังแข็ง โรคกล้ามเนื้ออักเสบ และโรคหลอดเลือดอักเสบ ซึ่งอาจทำลายอวัยวะสำคัญและต้องรักษาต่อเนื่อง ผู้ป่วยอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องใช้ยาจำเพาะที่ยังอยู่นอกสิทธิการรักษาของผู้ป่วย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาตลอดทั้งปีสูงถึง 100,000 บาท ต่อคน ต้องชะลอหรือยุติการรักษา ส่งผลให้โรคกำเริบอย่างรุนแรง เกิดความเสียหายต่ออวัยวะถาวร หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว
- 2. โครงการผู้ป่วยยากไร้ที่ได้รับการปลูกถ่ายตับ ไต หัวใจ ปอด
สำหรับผู้ป่วยภาวะอวัยวะล้มเหลวระยะสุดท้าย การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้สามารถปลูกถ่ายอวัยวะสำคัญอย่าง “ตับ ไต หัวใจ และปอด” เพื่อทดแทนอวัยวะเดิม แต่ยังเป็นวิธีการรักษาที่มีข้อจำกัดสูงทั้งการรับบริจาคอวัยวะ ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายที่สูงของเครื่องมือ ยากดภูมิ และการติดตามระยะยาวหลังการปลูกถ่าย ในฐานะโรงเรียนแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมีบทบาททั้งในการรักษาผู้ป่วยและการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทุกกระบวนการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะจึงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดประสบการณ์ และการพัฒนาองค์ความรู้ นำไปต่อยอดและขยายศักยภาพการรักษาสู่สถานพยาบาลอื่นในอนาคต การช่วยเหลือผู้ป่วยหนึ่งรายในวันนี้ จึงมีส่วนสร้างโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยอีกจำนวนมากในวันข้างหน้า
- 3. โครงการผู้ป่วยยากไร้โรคซับซ้อนด้วยเซลล์และยีนบำบัด
สนับสนุนผู้ป่วยโรคซับซ้อน เช่น มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคไขกระดูกฝ่อ ธาลัสซีเมีย และโรค ทางพันธุกรรมบางชนิด ให้เข้าถึงการรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัด โครงการตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วย 50 รายต่อปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายอาจอยู่ที่ประมาณ 1–5 ล้านบาทต่อรายตามประเภทการรักษา เพื่อให้เทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นโอกาสในการมีชีวิตใหม่ของผู้ป่วยยากไร้
การเปิดโครงการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ในกลุ่มโรคเฉพาะทางทั้ง 6 โครงการนี้นับเป็นการขยายความช่วยเหลือให้ตรงกับความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละกลุ่มมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้บริจาคส่งต่อโอกาสไปยังโรคหรือการรักษาที่ต้องการสนับสนุน ทุกเงินบริจาค คือ พลังที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องหยุดการรักษาเพราะข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย ช่วยให้เด็กได้มีอนาคต ช่วยให้ผู้คนได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นเสาหลัก เป็นที่พึ่งของครอบครัว เป็นการให้ชีวิตใหม่ที่มากกว่าเดิม

ขอเชิญร่วมบริจาค ชื่อบัญชี “มูลนิธิรามาธิบดี” ระบุโครงการที่ต้องการร่วมบริจาคเมื่อแจ้งขอใบเสร็จกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ทาง LINE @ramafoundation
- ธ.ไทยพาณิชย์ 026-4-26671-5
- ธ.กสิกรไทย 879-2-00448-3
- ธ.กรุงเทพ 090-7-00123-4
- บริจาคออนไลน์เลือกตามโครงการได้ https://www.ramafoundation.or.th/donation
#คำว่าให้ไม่สิ้นสุด #ความสุขจากการให้ไม่สิ้นสุด


