6 โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ทั้งในเขตปริมณฑล และในต่างจังหวัดลายพื้นที่ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ได้ติดตามสถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านการรักษาพยาบาล การจัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการดูแลกลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันยังพบว่าประชาชนที่ต้องสัมผัสน้ำท่วมเป็นเวลานานมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะโรคผิวหนังและการติดเชื้อที่ผิวหนัง ดังนั้นประชาชนควรมีความและควรระวังโรคที่มาในช่วงอุทกภัยและช่วงหน้าฝน


นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ประอุทกภัยควรตระหนักถึงการดูแลผิวหนังในช่วงน้ำท่วม การป้องกันตนเองไม่ให้เกิดโรคต่างๆที่อาจมากับอุทกภัย เนื่องจากน้ำท่วมอาจปนเปื้อนเชื้อโรค สิ่งสกปรก สารเคมี และสิ่งปฏิกูล การแช่น้ำหรือสัมผัสน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อย สูญเสียเกราะป้องกันตามธรรมชาติ เกิดการระคายเคือง ผื่นแดง อาการคัน หรือแผลที่ผิวหนัง และเพิ่มโอกาสการติดเชื้อ โดยเฉพาะบริเวณเท้าและซอกพับ ซึ่งอาจนำไปสู่โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราที่ผิวหนัง หรือการติดเชื้อแบคทีเรียได้


นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า โรคผิวหนังที่ต้องระวังในช่วงอุทกภัยและมักเกิดในหน้าฝนนั้นที่พบบ่อยมี 6 โรค ได้แก่ โรคเกลื้อน โรคกลาก โรคน้ำกัดเท้า โรคเท้าเหม็น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง การป้องกันตนเองสามารถทำได้โดย การอาบน้ำ สระผม ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากเดินฝน หลังลุยน้ำควรล้างมือ ล้างเท้า ด้วยสบู่และน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ สวมเสื้อผ้าที่สะอาด เสื้อผ้าที่แห้งสนิทไม่อับชื้น หากต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท หรือรองเท้าที่สามารถป้องกันน้ำได้ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า และปิดแผลหรือรอยถลอกให้มิดชิด เมื่อมีอาการผิดปกติทางผิวหนังที่มีความรุนแรงมากขึ้นแนะนำให้พบแพทย์เพื่อการรักษาที่ทันเวลา


แพทย์หญิงชนิศา เกียรติสุระยานนท์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติม โรคเกลื้อน เป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด สีแตกต่างกัน เกิดบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ไหล่ คอ ผู้ที่มีเหงื่อออกมาและใส่เสื้อผ้าอับชื้น โรคกลาก เป็นผื่นวงมีขอบเขตชัดเจน มีขุย เริ่มด้วยอาการคัน ผื่นแดงต่อมาจะลามเป็นวงออกไปเรื่อย ๆ และมักจะคันมาขึ้น โรคน้ำกัดเท้า มีการระคายเคลืองผิวหนังจากความอับชื้น เมื่อสัมผัสสิ่งสกปรกบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง หลังฝนตกเกิดผื่นตามเท้าและซอกนิ้วเท้า บางรายอาจติดเชื้อหรือเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย โรคเท้าเหม็น มีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบริเวณผิวหนังชั้นนอก มีอาการเท้าลอก เท้าจะมีกลิ่นรุนแรงมากกว่าปกติ มีหลุม รูพรุนเล็กๆบริเวณเท้าและง่ามเท้า ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เนื่องจากอุณหภูมิและความชื่นของอากาศเปลี่ยนแปลงไป ผิวหนังมีผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมากบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ และผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง ฤดูฝนจะมีการเพิ่มจำนวนของแมลง เช่น ยุง หมัด ไร ด้วงก้นกระดก หากสัมผัสอาจเกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้


29 กันยายน 2569