DKSH ตอกย้ำความสำคัญของความคล่องตัว (Agility) และความยืดหยุ ่น (Resilience) ในการรับมือกับ ความท้าทายของธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ในงานสัมภาษณ์สื ่อมวลชน ณ สำนักงาน DKSH ประเทศไทย โดย ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และอัตราการป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความ ต้องการด้านการดูแลสุขภาพในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ
หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด ผู ้ให้บริการพัฒนาและขยายธุรกิจอย่างครบวงจร สำหรับบริษัทผู ้ผลิตเวชภัณฑ์ยา บริษัทผู ้ผลิตยาจำหน่ายหน้า เคาน์เตอร์ (OTC) ผลิตภัณฑ์เพื ่อสุขภาพ และเครื ่องมือแพทย์ เปิดเผยแนวโน้มสำคัญที ่กำลังขับเคลื ่อนการ เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในประเทศไทย พร้อมย้ำถึงบทบาทของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อตอบสนอง ต่อความท้าทายในปัจจุบัน ทั ้งนี ้ DKSH เดินหน้าหนุนพันธมิตรธุรกิจให้สามารถรับมือกับความซับซ้อนของตลาด และขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพให้ครอบคลุมผู้ป่วยทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู ่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ภายในปี 25741 โดยที่โรคไม่ ติดต่อเรื ้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง เป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วย2 นอกเหนือจากวิกฤติดังกล่าว ความต้องการด้านการดูแลเชิงป้องกันยังเพิ่มสูงขึ้นอย่า ต่อเนื่อง ในขณะที่มีการส่งเสริม การรักษาในหน่วยสาธารณสุขระดับชุมชน ร้านขายยา คลินิก และการดูแลที ่บ้าน แทนการรักษาที ่โรงพยาบาลมาก ขึ้น แนวโน้มเหล่านี้สร้างความต้องการใหม่ ๆ และโอกาสในการเติบโตให้กับธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ คุณนันท์นภัส ลิ ้มคำ กรรมการผู ้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ยา หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื ่อสุขภาพ บริษัท
ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบัน ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพขยายตัวออกไป นอกเหนือจากโรงพยาบาล องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานให้รวดเร็วและเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น พร้อมตอบสนองต่อบริบทในพื้นที่อย่างมีประสิท ภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยไทยสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาที่จำเป็นได้อย่างทั ่วถึง การเปลี ่ยนแปลงนี้มาพร้อมทั ้งโอกาสและความท้าทายที ่เร่งด่วนสำหรับบริษัทด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ขณะเดียวกันมาตรการควบคุมราคา ระบบการเบิกจ่ายที ่ซับซ้อน และความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงช่องทางจัด จำหน่าย กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อรูปแบบการทำธุรกิจแบบดั้งเดิม” ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เป็นหนึ ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที ่สุดที ่จะช่วยบริษัทด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพรับมือกับความ ซับซ้อนของตลาดโดยที่ยังมุ่งเน้นผู้ป่วยไทยเป็นหัวใจหลัก การร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญและ ให้บริการพัฒนาและขยายธุรกิจอย่างครบวงจร (End-to-End commercialization platform) เป็นทางเลือกที่จะช่วย ขับเคลื ่อนธุรกิจอย่างชัดเจน บริษัทต่าง ๆ สามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง ความ
เชี ่ยวชาญด้านกฎระเบียบ และบริการสนับสนุนผู ้ป่วยได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนมหาศาลในการสร้าง ศักยภาพเหล่านี้ขึ้นมาเองจากศูนย์
1Thailand Digital Technology Foresight 2035, Frost & Sullivan. https://depa.or.th/storage/app/media/file/depa-Technology
Foresight-Final-Report-EN-250320.pdf
2Time to Land Global Week for Action on NCDs https://actonncds.org/about/about-ncds
1
จากผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพระดับภูมิภาคโดย DKSH พบว่า บริษัทต่าง ๆ กำลังเผชิญ ความท้าทายสำคัญมากมาย ได้แก่ แรงกดดันด้านราคา ประสิทธิภาพของทีมขาย และกฎระเบียบที ่ซับซ้อน3 ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ได้รับการยอมรับมากขึ ้นในฐานะกลไกที ่ช่วยขับเคลื ่อนการเติบโต ของธุรกิจ มากกว่าสิ ่งที ่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทด้านการดูแลสุขภาพสามารถ เข้าถึงตลาดได้รวดเร็วขึ ้น จัดการกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที ่มีความซับซ้อน และเพิ ่มความยืดหยุ ่นใน การดำเนินงาน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ทีมงานของบริษัทได้มุ ่งทำงานซึ ่งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ ่มที ่มากกว่า อาทิ การพัฒนานวัตกรรม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสร้างความสัมพันธ์กับบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยให้บริษัท
สามารถรักษาความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที ่เปลี ่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลการดำเนินธุรกิจที่ปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น (Scalable) โมเดลดังกล่าวส่งผลดีโดยตรงต่อผู ้ป่วย โดยช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงยารักษาโรค เครื ่องมือแพทย์ และโซลูชัน สุขภาพต่าง ๆ ทั ้งในโรงพยาบาลหลัก ร้านขายยาชุมชน คลินิก และที ่บ้าน แทนที ่จะกระจุกตัวอยู ่เพียงในเขตเมือง จากผลสำรวจของ DKSH พบว่าผู ้บริหารระดับสูงกว่า 60% ได้ขยายสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที ่มอบหมายให้พันธมิตร ภายนอกดำเนินการ (Outsourced portfolio) ในช่วงสามปีที ่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าแนวโน้มนี้จะเพิ ่มขึ ้นอย่าง ต่อเนื ่อง4 โดยกว่าครึ ่งหนึ ่งระบุว่าพันธมิตรภายนอกนั ้น เปรียบเสมือน ‘ที ่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์’ มากกว่าเป็นเพียง
ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ กลุ ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื ่อสุขภาพของ DKSH เป็นพันธมิตรที ่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทเภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ และบริษัทชั้นนำด้านการดูแลสุขภาพที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและ ระดับสากล ด้วยการดำเนินงานในประเทศไทยมายาวนานถึง 120 ปี และเครือข่ายการดำเนินงานระดับโลกที่สั่งสมมา ยาวนานกว่า 160 ปี ทำให้ DKSH ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการให้บริการดูแลธุรกิจสุขภาพแบบ
ครบวงจรในอุตสาหกรรมสุขภาพของไทย โดยพิจารณาจากส่วนแบ่งการตลาด ปัจจุบันบริษัทให้บริการลูกค้ากว่า 300 ราย บริหารจัดการสินค้ามากกว่า 35,000 รายการ และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายกว่า 40,000 แห่งทั่ว ประเทศ ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา และช่องทางสาธารณสุขชุมชน
“ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยและการเพิ่มขึ้น ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ส่งผลให้บริษัทด้านการดูแลสุขภาพต้องปรับรูปแบบการนำส่งยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และ โซลูชันด้านสุขภาพให้สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง DKSH สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวผ่านความร่วมมือ เชิงกลยุทธ์ที่ผสานความเชี่ยวชาญในตลาดไทย เครือข่ายการเข้าถึงทั่วประเทศ ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ และ ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven insights) เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถส่งมอบการดูแลผู้ป่วยได้ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก และการดูแลที่บ้าน” คุณนันท์นภัส กล่าวสรุป

