วันแม่แห่งชาติ 2569 สปสช. ย้ำสิทธิดูแลสุขภาพแม่ ทุกสิทธิรับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามเกณฑ์

www.medi.co.th

 


เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ สปสช. ย้ำสิทธิการดูแลสุขภาพแม่และผู้หญิงตามช่วงวัย ตั้งแต่การป้องกันและคัดกรองโรค การเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร การฝากครรภ์คุณภาพ การดูแลหลังคลอด ตลอดจนการคัดกรองความผิดปกติของทารกแรกเกิด โดยประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถรับบริการได้ตามสิทธิและหลักเกณฑ์


 


ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 สปสช. ขอใช้โอกาสนี้ย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแม่และผู้หญิงในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรอให้เจ็บป่วย เพราะโรคหลายชนิดสามารถป้องกัน ลดความรุนแรง หรือเพิ่มโอกาสรักษาได้ หากได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


 


บริการสำคัญสำหรับผู้หญิง ได้แก่ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยหญิงไทยอายุ 30–59 ปี ทุกสิทธิการรักษา รับบริการได้ตามรอบที่กำหนด ส่วนหญิงอายุ 15–29 ปี ที่มีความเสี่ยงสูง สามารถรับการตรวจได้ตามดุลยพินิจของแพทย์ ปัจจุบันมีทั้งการตรวจ HPV DNA Test และการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง หรือ HPV Self-Sampling ณ หน่วยบริการที่เข้าร่วม ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดข้อกังวลในการรับบริการ


 


ส่วนการคัดกรองมะเร็งเต้านม ผู้หญิงไทยอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม สามารถรับการตรวจด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ตามแนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ขณะที่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่มเสี่ยงสูงและญาติสายตรงตามหลักเกณฑ์ มีสิทธิตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1/BRCA2 เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม


ทพ.อรรถพร กล่าวว่า การดูแลสุขภาพแม่ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ผู้หญิงและครอบครัวสามารถรับคำปรึกษาวางแผนครอบครัวและเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร โดยเฉพาะผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขเพื่อรับกรดโฟลิกตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติของหลอดประสาทของทารก และยังมีข้อมูลว่าช่วยลดความเสี่ยงการเกิดปากแหว่งร่วมกับหรือไม่ร่วมกับเพดานโหว่ได้ด้วย


 

 


นอกจากนี้ยังสามารถรับบริการทดสอบการตั้งครรภ์ที่หน่วยบริการซึ่งเข้าร่วม เช่น ร้านยาที่ให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น และคลินิกการพยาบาลชุมชนอบอุ่น หากทราบว่าตั้งครรภ์ควรติดต่อหน่วยบริการเพื่อเริ่มฝากครรภ์โดยเร็ว


 


หญิงตั้งครรภ์มีสิทธิรับบริการฝากครรภ์คุณภาพตามช่วงอายุครรภ์ 8 ครั้ง และรับการติดตามเพิ่มเติมได้เมื่อแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็น การฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยง วางแผนดูแล และค้นหาความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อแม่และทารกได้ทันท่วงที


 


บริการครอบคลุมการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจครรภ์ ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ประเมินสุขภาพจิต ตรวจปัสสาวะ และตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หมู่เลือด ซิฟิลิส เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และธาลัสซีเมีย รวมถึงการตรวจอัลตราซาวด์ตามช่วงอายุครรภ์และข้อบ่งชี้ การคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรม และการตรวจยืนยันเมื่อพบความเสี่ยง


 


หญิงตั้งครรภ์ยังได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก รับยาเสริมธาตุเหล็ก กรดโฟลิก และไอโอดีน ตลอดจนวัคซีนที่จำเป็นตามเกณฑ์ เช่น วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ไอกรน คอตีบ และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ส่วนสามีหรือคู่ของหญิงตั้งครรภ์สามารถรับการตรวจคัดกรองซิฟิลิสและธาลัสซีเมียตามหลักเกณฑ์ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์


 


ภายหลังคลอด มารดาจะได้รับการตรวจติดตามสุขภาพประมาณ 3 ครั้งภายใน 6 สัปดาห์ เพื่อประเมินการฟื้นตัว ภาวะแทรกซ้อนและสุขภาพจิต พร้อมรับคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิด รวมทั้งได้รับธาตุเหล็ก กรดโฟลิก และไอโอดีนต่อเนื่องตามหลักเกณฑ์ โดยผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถรับบริการฟื้นฟูสุขภาพมารดาหลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย ณ หน่วยบริการที่เข้าร่วม ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์


สำหรับทารกแรกเกิด ยังมีสิทธิประโยชน์ เช่น การตรวจคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์แต่กำเนิดและโรคฟีนิลคีโตนูเรีย หรือโรคพีเคยู การคัดกรองการได้ยิน การรับวัคซีนพื้นฐาน ตลอดจนการเฝ้าระวังการเจริญเติบโตและพัฒนาการ เพื่อค้นหาความผิดปกติและนำเข้าสู่การดูแลรักษาโดยเร็ว


“วันแม่เป็นโอกาสที่ทำให้ทุกครอบครัวหันมาใส่ใจสุขภาพของแม่และผู้หญิงในครอบครัวมากขึ้น และการดูแลควรเริ่มตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ไม่ใช่รอจนมีลูกแล้ว ทั้งการเตรียมร่างกายให้พร้อม การตรวจคัดกรองโรคตามช่วงวัย การฝากครรภ์โดยเร็ว ตลอดจนการดูแลหลังคลอดและสุขภาพของทารก เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ทั้งแม่และลูกมีโอกาสมีสุขภาพที่ดีขึ้น” โฆษก สปสช. กล่าว


ทั้งนี้ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคหลายรายการที่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสนับสนุน ครอบคลุมคนไทยทุกสิทธิการรักษาตามกลุ่มเป้าหมายและหลักเกณฑ์ โดยก่อนเข้ารับบริการควรตรวจสอบสิทธิ วัน เวลา และหน่วยบริการที่เข้าร่วม ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมนู “กระเป๋าสุขภาพ” เลือก “สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง