หารจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพในภาวะฉุกเฉิน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซ้อมแผนผ่านสถานการณ์จำลอง ร่วมกับภาคีเครือข่าย จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อทดสอบกลไกการประสานงาน ทบทวนบทบาทหน้าที่ และพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) ให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์จริง สร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดวิกฤต
นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ซ้อมแผนฉุกเฉินตามแผนการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพในสภาวะฉุกเฉิน” เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขหลายรูปแบบ ทั้งโรคระบาด ภัยธรรมชาติ และความผันผวนของสถานการณ์โลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิต การนำเข้า การสำรองและกระจายผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงเร่งพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีความพร้อม คล่องตัว และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอและทันท่วงที โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย
การประชุมครั้งนี้ อย. โดยกองนโยบายแห่งชาติด้านยา ได้นำสถานการณ์จำลอง มาใช้ในการทดสอบกระบวนการปฏิบัติงาน บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกลไกการประสานงานระหว่างภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งร่วมกันวิเคราะห์และค้นหาช่องว่างหรือข้อจำกัดของระบบ ทั้งด้านข้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และจุดเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน เพื่อนำผลจากการซ้อม ข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะ ไปใช้ในการปรับปรุงแผนการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพในภาวะฉุกเฉิน พัฒนา SOP และต้นแบบระบบปฏิบัติการให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์สุขภาพในภาวะฉุกเฉิน ไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ หน่วยบริการ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และภาควิชาการ ภายใต้แนวคิด 4 พร้อม ได้แก่ “ข้อมูลพร้อม คนพร้อม ระบบพร้อม และเครือข่ายพร้อม” ทำให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็นเข้าสู่ระบบและเข้าถึงประชาชนได้อย่างเพียงพอ ทันท่วงที มีคุณภาพและปลอดภัย อันเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและการคุ้มครองสุขภาพประชาชนในทุกสถานการณ์
