บอร์ด สปสช. เห็นชอบสนับสนุนโครงการยา “Risdiplam” สำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA สิทธิบัตรทอง เมื่อผ่านการอนุมัติบัญชียาพิเศษ R1 วางกรอบดำเนินงาน 5 ปี เชื่อมการคัดกรอง วินิจฉัย รักษา และติดตามผล เตรียมปรับเกลี่ยงบปีแรกไม่เกิน 142.0104 ล้านบาท พร้อมทบทวนเมื่อดำเนินงานครบ 2 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 10/2569 มีมติเห็นชอบสนับสนุนโครงการยา Risdiplam สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Spinal Muscular Atrophy หรือ SMA ภายใต้ระบบบัตรทอง โดยต้องได้รับอนุมัติจากคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ ให้เป็นยาในบัญชียาพิเศษ “รายการยาสำหรับโครงการพิเศษของหน่วยงานของรัฐ” หรือ R1 ก่อนดำเนินโครงการ
นายพัฒนากล่าวว่า ผู้ป่วยโรคหายากเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลตามความจำเป็นทางการแพทย์ ขณะที่ยามีราคาสูงและเป็นอุปสรรคต่อผู้ป่วยและครอบครัว การวางระบบสนับสนุนการเข้าถึงการรักษาจึงเป็นบทบาทสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมติครั้งนี้ครอบคลุมทั้งกรอบงบประมาณ ระบบบริการ และการติดตามผล เพื่อรองรับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
“การเข้าถึงการรักษามีความหมายต่อชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว เราจึงต้องพิจารณาว่าจะทำให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ได้รับการดูแลที่จำเป็นได้อย่างไร พร้อมวางระบบให้การรักษาดำเนินต่อเนื่อง มีการติดตามผล และนำข้อมูลมาพัฒนาบริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น” นายพัฒนากล่าว
เพื่อรองรับโครงการ บอร์ด สปสช. เห็นชอบให้ปรับเกลี่ยงบค่าบริการผู้ป่วยในปีงบประมาณ 2570 วงเงินไม่เกิน 142.0104 ล้านบาท และจัดทำคำของบประมาณเพิ่มเติมในปี 2571–2574 ไม่เกินปีละ 220.0134 ล้านบาท รวมกรอบงบประมาณโครงการ 5 ปี ไม่เกิน 1,022.0640 ล้านบาท โดยงบสำหรับปีต่อไปต้องดำเนินการตามกระบวนการขอรับงบเพิ่มเติม
นายพัฒนากล่าวต่อว่า การสนับสนุนยาต้องเชื่อมโยงกับการดูแลผู้ป่วยครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาและประเมินผล บอร์ดจึงมอบคณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุขติดตามโครงการเป็นระยะ และทบทวนเมื่อดำเนินงานครบ 2 ปีหลังได้รับอนุมัติ ก่อนพิจารณาดำเนินการในปีต่อไป เพื่อให้การตัดสินใจมีข้อมูลผลการรักษาและผลการดำเนินงานรองรับ
“นอกจากการดูแลผู้ป่วยแล้ว ต้องพิจารณาการป้องกันการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ควบคู่กัน บอร์ดจึงมอบ สปสช. ประสานผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการตรวจยีนบิดาและมารดาของผู้ป่วย SMA รวมถึงจัดลำดับความสำคัญของโรคหายากและกรอบงบประมาณ เพื่อให้ระบบสามารถสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน” นายพัฒนากล่าว
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โครงการนี้เสนอโดยผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสมาคมกุมารประสาทวิทยา โดยออกแบบการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุมการคัดกรองทารกแรกเกิด การตรวจยืนยันทางพันธุกรรม การจัดทำทะเบียนผู้ป่วยระดับประเทศ การรักษา และการติดตามสมรรถภาพการเคลื่อนไหว
กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้ป่วยที่มีอาการตามเกณฑ์ของโครงการ และผู้ป่วยระยะก่อนแสดงอาการที่ตรวจพบจากการคัดกรองและเข้าเกณฑ์ทางพันธุกรรม โดยต้องผ่านการวินิจฉัยยืนยันและประเมินความเหมาะสมทางการแพทย์ ข้อเสนอโครงการฉบับปรับปรุงคาดว่าปีแรกจะครอบคลุมผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาประมาณ 140 ราย พร้อมเก็บข้อมูลผลลัพธ์ระยะยาว เพื่อสร้างหลักฐานด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย และระบบบริการในบริบทประเทศไทย
ทั้งนี้ ยา Risdiplam เป็นยาที่เครือข่ายผู้ปกครองและผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ได้ยื่นหนังสือขอสนับสนุนการเข้าถึงภายใต้ระบบบัตรทอง โดย ผศ. ดร.อดิศร บูรณวงศ์ ประธานกลุ่มผู้ปกครองและผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA แห่งประเทศไทย นำผู้ป่วยและเครือข่ายกว่า 30 คนเข้ายื่นหนังสือก่อนการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็นผู้รับหนังสือ สะท้อนความหวังของผู้ป่วยและครอบครัวที่จะลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายและเข้าถึงการรักษาที่จำเป็น
